การกลับมาของชื่อระดับตำนาน ชื่อของ Freelander กำลังจะกลับมาโลดแล่นบนถนนอีกครั้ง แต่คราวนี้มาในฐานะแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) แบบเต็มตัว จากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Chery และ Jaguar Land Rover (JLR) ล่าสุดได้มีการเผยแพร่ภาพออฟฟิเชียลของ Freelander 8 ซึ่งขณะนี้ตัวรถได้ผ่านการทดสอบความทนทานในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว และเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตเพื่อตรวจสอบคุณภาพ (Validation stage) แล้ว โดยมีกำหนดเปิดตัวในจีนช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ก่อนจะขยายสู่ตลาดโกลบอลต่อไป
ดีไซน์ทรงกล่องบึกบึน และระบบสแกนเส้นทางสุดล้ำ Freelander 8 ถ่ายทอดเส้นสายมาจากรถต้นแบบ Concept 97 อย่างชัดเจน ด้วยทรวดทรงแบบกล่อง (Boxy) ที่ดูแข็งแกร่ง ด้านหน้าเป็นแบบปิดทึบพร้อมชุดไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยม และมีเส้นสายด้านข้างที่ลากยาวตรงเสริมความบึกบึน
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีการขับขี่ ตัวรถมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Huawei ADS 5 ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ LiDAR แบบ 896-line บนหลังคา และที่ล้ำไปกว่านั้นคือระบบขับเคลื่อนทุกสภาพถนน i-ATS ที่ใช้ LiDAR และกล้องคู่หน้าในการสแกนพื้นผิวถนน เพื่อปรับกลยุทธ์การขับขี่แบบเรียลไทม์ โดยระบบทั้งหมดประมวลผลผ่านชิปตัวท็อปอย่าง Snapdragon 8397
สถาปัตยกรรม 800V EREV และชาร์จไวระดับ 6C เอสยูวีรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ที่รองรับทั้งขุมพลัง BEV, PHEV และ EREV โดยสำหรับตลาดจีนจะทำตลาดด้วยสเปก 800V EREV (เครื่องยนต์ปั่นไฟ) เป็นมาตรฐาน แบตเตอรี่ได้รับการพัฒนาร่วมกับบริษัทชั้นนำอย่าง CATL ซึ่งรองรับเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงระดับ 6C และสามารถรับกำลังไฟชาร์จ (Peak charging) ได้สูงสุดถึง 350 kW
จุดเปลี่ยนสำคัญของ JLR ในประเทศจีน การปลุกชีพแบรนด์ Freelander ขึ้นมาใหม่ ถือเป็นหมากเกมสำคัญของ JLR เนื่องจากยอดขายของ Land Rover ในตลาดจีนช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลงถึง 38.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 2,153 คัน การใช้ความเชี่ยวชาญด้านรถ EV ของ Chery มาผสานกับภาพลักษณ์ความพรีเมียมของ JLR จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทวงคืนส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถหรูพลังงานใหม่ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

