in , , ,

เปิดตัว GWM Haval Dargo Plus PHEV อัปเกรดแบตใหญ่ วิ่ง EV ไกล 200 กม. พร้อมมอเตอร์คู่ 320 kW

เอสยูวีสายลุยปลั๊กอินไฮบริดทรงกล่องสุดดุดัน พกแบตเตอรี่ 33.7 kWh ระบบจ่ายไฟ V2L 6 kW เคาะราคาเริ่มต้นในจีนราว 8.9 แสนบาท

สายลุยทรงกล่อง อัปเกรดแบตเตอรี่วิ่งไกลกว่าเดิม Great Wall Motor (GWM) เปิดตัวรถเอสยูวีสายลุย Haval Dargo Plus PHEV (หรือที่รู้จักในชื่อ Big Dog Plus) รุ่น Long-range อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยเปิดราคาจำหน่ายที่ 165,800 หยวน (ประมาณ 8.9 แสนบาท) และมีราคาพิเศษช่วงแนะนำสำหรับลูกค้านำรถเก่ามาแลกที่ 152,800 หยวน (ประมาณ 8.2 แสนบาท)

จุดเด่นสำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้คือการเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาดใหญ่ถึง 33.7 kWh ทำให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Range) เพิ่มขึ้นเป็น 200 กม. (มาตรฐาน CLTC) ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของรุ่นเดิมที่ทำได้เพียง 105 กม. และเมื่อใช้งานร่วมกับน้ำมันเต็มถัง ตัวรถจะสามารถวิ่งทำระยะทางรวมได้ทะลุ 1,000 กม. (มาตรฐาน WLTC) ตอบโจทย์การเดินทางไกลและสายแคมป์ปิ้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ขุมพลังมอเตอร์คู่ 320 kW พร้อมลุยทุกเส้นทาง ด้านขุมพลัง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับระบบปลั๊กอินไฮบริดมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (หน้า-หลัง) และเกียร์ 2-speed DHT เฉพาะเครื่องยนต์ให้กำลัง 115 kW แรงบิด 243 นิวตันเมตร แต่เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า จะรีดพละกำลังรวมได้สูงสุดถึง 320 kW ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ดุดันในเวลาเพียง 5.8 วินาที

ตัวรถยังคงรักษาความสามารถในการลุยออฟโรด ด้วยระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground clearance) 200 มม. มุมปะทะ 24 องศา และมุมจาก 30 องศา ผู้ซื้อยังสามารถเพิ่มออปชันล็อกเฟืองท้าย (Rear mechanical differential lock) แบบควบคุมด้วยไฟฟ้าได้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบ V2L ที่รองรับการจ่ายไฟสู่อุปกรณ์ภายนอกได้สูงถึง 6 kW

ภายในล้ำสมัย และการทวงคืนยอดขาย ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ทรงกล่องและไฟหน้าทรงกลมสไตล์เรโทร ภายในห้องโดยสารผสมผสานความดิบและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอกลางแบบลอยตัวขนาด 14.6 นิ้ว มีการย้ายคันเกียร์ไปไว้ที่คอพวงมาลัยเพื่อเพิ่มพื้นที่คอนโซลกลาง พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่าง Sentinel Mode และรองรับกล้องหน้ารถแบบบิลต์อิน

การเปิดตัวรุ่น Long-range ถือเป็นหมากสำคัญของ GWM ในการกระตุ้นยอดขายตระกูล Dargo หลังจากที่ยอดส่งมอบในจีนของรุ่นก่อนหน้าลดลงเหลือเพียง 54 คันในเดือนมีนาคม 2026 การอัปเกรดแบตเตอรี่และสเปกในราคาเข้าถึงง่ายครั้งนี้ จึงเป็นความหวังในการทวงคืนพื้นที่ในตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด