การทวงคืนมงกุฎแห่ง Nürburgring Porsche ประกาศทวงคืนตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้าโปรดักชันที่เร็วที่สุดในคลาส Executive บนสนาม Nürburgring อย่างเป็นทางการ หลังจากปล่อยให้ Xiaomi SU7 Ultra จากจีนครองสถิติไปเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุด Porsche ได้ส่ง Taycan Turbo GT ที่ติดตั้งชุดแต่งสมรรถนะสูง Manthey Kit ลงสนาม โดยมี Lars Kern นักขับทดสอบมือฉมังประจำค่ายเป็นผู้ขับขี่ และสามารถทำเวลาไปได้เพียง 6:55.553 นาที ซึ่งเร็วกว่า Taycan Turbo GT รุ่นปกติถึง 12 วินาที และเร็วกว่าสถิติของ Xiaomi SU7 Ultra รุ่นโปรดักชัน (7:04.957) ถึงกว่า 9 วินาที
ชุดแต่งแอโรไดนามิกระดับมอเตอร์สปอร์ต กุญแจสำคัญของชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่พละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การจัดการอากาศพลศาสตร์ ชุดแต่ง Manthey Kit ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างวิศวกรของ Porsche และ Manthey จัดเต็มด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ด้านหน้ามาพร้อมสปลิตเตอร์ปรับระดับได้ คานาร์ด และช่องระบายอากาศซุ้มล้อสไตล์ GT3 ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ที่ปรับด้วยมือและดิฟฟิวเซอร์ทรงกล่อง Porsche ระบุว่าชุดแต่งนี้สร้างแรงกด (Downforce) ได้มากกว่ารุ่นปกติถึง 3 เท่า โดยสร้างแรงกดได้ 310 กก. ที่ความเร็ว 200 กม./ชม. และพุ่งทะยานถึง 740 กก. ที่ความเร็วสูงสุด 309 กม./ชม.
รีดน้ำหนักและอัปเกรดช่วงล่างขั้นสุด ตัวรถใช้ล้อฟอร์จอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาขนาด 21 นิ้ว พร้อมแผ่นดิสก์แอโรไดนามิกที่ล้อหลังและใช้นอตไทเทเนียม ช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung mass) ลงได้ 2.7 กก. ระบบช่วงล่าง Porsche Active Ride ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบเลี้ยว 4 ล้อ ถูกปรับจูนใหม่ทั้งหมดเพื่อการขับขี่บนสนามแข่งโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังอัปเกรดระบบเบรกหน้าให้มีขนาดใหญ่ถึง 440 มม. พร้อมผ้าเบรกสมรรถนะสูง
พิสูจน์แล้วว่าแรงม้าไม่ใช่ทุกสิ่ง แม้ Taycan จะได้รับการอัปเกรดพละกำลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 804 แรงม้าในโหมดปกติ และ 978 แรงม้าใน Attack Mode (ส่วนโหมด Launch Control ยังคงอยู่ที่ 1,019 แรงม้า แต่เพิ่มแรงบิดเป็น 1,269 นิวตันเมตร) ซึ่งหากเทียบตัวเลขบนกระดาษแล้ว ขุมพลังของ Porsche ยังคงเป็นรองม้า 1,526 ตัวของ Xiaomi SU7 Ultra อย่างชัดเจน แต่ Porsche ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บนสนามแข่งที่ท้าทายที่สุดในโลก การผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ ช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม และการส่งกำลังที่เสถียร คือปัจจัยที่แท้จริงในการเป็นผู้ชนะ
