ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลสั่งการด่วนเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่า ผู้บริโภคจำนวนมากที่ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถ EV เพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กลับต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่หลังการขาย
แทนที่จะได้ใช้งานอย่างสบายใจ ผู้ใช้รถหลายรายกลับต้องเจอกับปัญหารถยนต์ไม่ได้มาตรฐาน ศูนย์บริการปิดตัวกะทันหัน และการหั่นราคาอย่างรุนแรงหลังซื้อรถไปได้ไม่นาน ซึ่งประเด็นเหล่านี้สร้างความกังวลในวงกว้าง ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย มาตรฐานคุณภาพ การรออะไหล่ และบริการหลังการขายในระยะยาว
สถิติชี้ชัด ปัญหาใดที่ผู้ใช้ EV ร้องเรียนมากที่สุด? ข้อมูลที่รวบรวมระหว่างปี 2024 ถึง 2026 แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนรวมกันมากถึง 1,348 กรณี แม้ว่าทาง สคบ. จะสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจนยุติเรื่องได้แล้วราว 72.3% แต่ตัวเลขปัญหาที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ในระดับสูง
ประเด็นที่มีการร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่:
-
ความชำรุดบกพร่องและปัญหารถเสีย: 47.3%
-
การไม่คืนเงินมัดจำการจอง: 18.2%
-
การลดราคาอย่างรุนแรงหลังซื้อ: 14.7%
-
การไม่ได้รับของแถมตามโปรโมชัน: 13.1%
นอกจากนี้ยังมีรายงานความเดือดร้อนที่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานของแบรนด์ เช่น ศูนย์บริการปิดตัว (329 กรณี) การรออะไหล่นาน และผู้บริโภคไม่สามารถคืนรถได้เนื่องจากบริษัทปิดกิจการ
การดำเนินคดีทางแพ่งและมาตรการรับมือ นางสาวศุภมาส ย้ำว่ารถยนต์ถือเป็นทรัพย์สินชิ้นใหญ่ของครอบครัว ดังนั้นผู้บริโภคควรได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม ล่าสุด คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้อนุมัติให้มีการดำเนินคดีทางแพ่งกับผู้ประกอบการที่เอาเปรียบ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายมูลค่ารวมกว่า 103.1 ล้านบาท
ในอนาคต รถยนต์ EV ทุกคันจะถูกจัดเป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งบังคับให้ผู้จำหน่ายต้องให้ข้อมูลสินค้าที่ชัดเจนและถูกต้อง นอกจากนี้ สคบ. ยังได้รับมอบหมายให้จัดทำ E-book “ฉลาก EV” เพื่อรวบรวมข้อมูลของรถยนต์ EV ทุกรุ่นที่ขายในไทย พร้อมคู่มือแนะนำสิทธิผู้บริโภคและจุดที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ
