หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง BYD ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน เปิดเผยข้อมูล และเปิดให้ลูกค้าชาวจีนที่สนใจได้จับจอง BYD Seal 06 GT แฮทช์แบ็คไฟฟ้าตัวใหม่ของทางค่ามยกันล่วงหน้าไปแล้วเมื่อราว 2 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดทางบีวายดี ฤกษ์เปิดตัว ประกาศราคาจำหน่าย Seal 06 GT ออกมาแล้วโดยจะมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เคาะราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 136,800 – 186,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6.38 – 8.71 แสนบาท

สำหรับ BYD Seal 06 GT จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม e-platform 3.0 Evo ของ BYD โดยทางบีวายดีวางตำแหน่งทางการตลาดให้อยู่คั้นกลางระหว่าง Dolphin และ BYD SEAL

ในด้านงานออกแบบดีไซน์จะมากับความล้ำสมัย และสุนทรียศาสตร์แบบสปอร์ต โดยมีลักษณะที่โดดเด่น เส้นสายภายนอกตัวรถของยังคงยึดแนวทางตาม Ocean M Concept แต่ก็ถูกปรับแตงใหม่ในหลาย ๆ จุด เพื่อให้เป็นรถเวอร์ชันที่จำหน่ายได้จริง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของช่องรับอากาศด้านหน้าที่ออกแบบใหม่ให้ดูเรียบง่ายขึ้น ไม่ได้ดูดันเท่ากับในตัวต้นแบบ กระจกมองข้างแบบกล้อง ก็ปรับเปลี่ยนมาใช้แบบทั่วไป


ในส่วนของฝากระโปรงหน้าดีไซน์ให้มีความโค้งมน กระจังหน้าส่วนบนมาในแบบปิดทึบ ชุดไฟหน้าเรียวแหลมมาพร้อมไฟ LED DRL ที่อยู่ในโคมเดียวกัน ด้านล่างออกแบบให้มีข่องรับลมขนาดใหญ่ ส่วนด้านข้างมากับช่องดักอากาศเทียมที่มาในทรงคล้ายกับมุมเบอแรง


ส่วนเส้นสายด้านข้างดีไซน์ให้มีความคมชัด ตอกย้ำถึงบุคลิกสไตล์สปอร์ต มือเปิดประตูเป็นแบบราบกับกับตัวรถ พร้อมตกแต่งที่เสา B และ C ด้านท้ายด้วยแถบสีดำ ทำให้ตัวรถนั้นดูโป่ง และสูงขึ้นในแบบหลังคาลอยตัว เสริมความดุดันด้วยล้ออัลลอยสีดำโดยในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อจะได้รับล้อขนาด 18 นิ้วที่รัดด้วยยาง 225/50 R18 ขณะที่ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะเป็นล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว มาพร้อมยาง 235/45 R19 เสริมความสปอร์ตร้อนแรงด้วยคาลิปเปอร์เบรกสีแดงที่ด้านใน



ขณะที่ด้านหลังของตัวรถจะดูโดดเด่นด้วยไฟท้ายแบบกว้างเต็มพื้นที่ มาพร้อมดิฟฟิวเซอร์สีดำขนาดใหญ่ซึ่งเสริมให้รถนั้นดูสปอร์ตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเปิดไฟโลโก้ BYD ด้านท้ายให้เป้นแบบเรือแสงสีแดงได้อีกด้วย

ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาว 4,630 มม. ความกว้าง 1,880 มม. และความสูง 1,490 มม. พร้อมฐานล้อ 2,820 มม. มาพร้อมรัศมีวงเลี้ยวต่ำสุดคือ 5.6 เมตร

สำหรับเฉดสีตัวถังของ BYD Seal 06 GT จะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีเทา, สีเขียว และสีชมพู

ภายในของ Seal 06 GT นำเสนอห้องโดยสารที่ทันสมัย และล้ำสมัย รองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง มีเฉดสีให้เลือก 2 โทนสีได้แก่ สีขาว Shell White และน้ำเงิน Twilight




แผงแดชบอร์ดจะได้รับการติดตั้งแผงหน้าปัด LCD ขนาด 10.25 นิ้ว มาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง 3 ก้านดีไซน์ใหม่ ตรงกลางแผงแดชบอร์ดจะเป็นหน้าจออินโฟรเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว (เฉพาะรุ่นเริ่มต้น) และขนาด 15.6 นิ้ว ในรุ่นท็อป โดยสามารถหมุนได้ อีกทั้งยังได้รับจอ HUD ขนาด 12 นิ้ว ที่แสดงผลไปยังกระจกบังลมหน้า



นอกจากนี้แฮทช์แบ็คไฟฟ้ารุ่นใหม่ของทางบีวายดี รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นนวัตกรรมใหม่ อาทิเช่น ระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ DiLink 100 ระดับไฮเอนด์ที่รองรับการควบคุมด้วยเสียงที่ครอบคลุม และการจัดการรถยนต์แบบ 3 มิติ



นอกจากนี้ยังได้รับระบบเครื่องเสียง Dynaudio ที่ติดตั้งลำโพงมาให้ 8 ตำแหน่งในรุ่นเริ่มต้น และ 12 ตำแหน่งในรุ๋นท็อป รวมทั้งยังมาพร้อมกับซันรูฟแบบพาโนรามิกขนาด 1.57 ตร.ม. การอัปเดต OTA




ชุดไฟ Ambient Lights รอบห้องโดยสาร, ประตูท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังชาร์จ 50W และกระจกมองหลังภายในตัดแสงอัตโนมัติ



ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 5 ของ BYD ซึ่งทำงานผ่านเรดาร์อัลตราโซนิก 6 หรือ 12 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว กล้องพาโนรามา 4 ตัว และกล้องขับขี่อัจฉริยะ 1 ตัว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย) โดจะมากับระบบช่วยเหลือการขับขี่ 16 แบบ อาทิการแจ้งเตือนการชนด้านหน้า, ระบบตรวจสอบจุดบอด, ระบบแจ้งเตือนระยะห่างด้านข้าง และระบบช่วยจอดรถ เป็นต้น


ในด้านระบบขับเคลื่อนของจะมีให้เลือกทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยว และแบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนแบบ AWD มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ Eco, Sport, Normal และโหมดหิมะ นอกจากนี้ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะได้รับการติดตั้งระบบ iTAC หรือระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ



โดยในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวจะติดตั้งอยู่คู่ล้อหลัง มีความแรงให้เลือก 2 ระดับ คือมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 160 kW (215 แรงม้า) แรงบิด 310 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 165 W (221 แรงม้า) แรงบิด 330 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0- 100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต BYD Blade 2 ขนาด คือ 59.52 kWh และขนาด 72.96 kWh ชาร์จไฟวิ่งเต็มจะให้ระยทางวิ่ง 505 กม. และ 605 กม. (CLTC)



ส่วนในรุ่นมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์อะซิงโครนัส AC ไว้ที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 110 kW (146 แรงม้า) แรงบิด 200 นิวตันเมตร ส่วนคู่ล้อหลังจะเป็นมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรที่ให้กำลัง 200 kW (268 แรงม้า) แรงบิด 310 นิวตันเมตร ตัวรถจะให้อัตรา 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที จับคู่กับชุดแบตเตอรี่ BYD Blade ขนาด 72.96 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งจะให้ระยะ 550 กม. (CLTC)


นอกจากนี้รุ่นไฮเอนด์ยังติดตั้งแพลตฟอร์มแรงดันสูงซิลิกอนคาร์ไบด์ 800V ที่จะรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น



สำหรับ BYD Seal 06 GT แฮทช์แบ็คไฟฟ้าตัวใหม่นี้นอกจากจะมีวางจำหน่ายในปรนะเทศจีน แล้วทาง BYD ยังวางแผนเตรียมที่จะส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย โดยจะเรอ่มส่งออกในช่วงต้นปี 2025 นี้เป็นต้นไป งานนี้บ้านเราตลาดเมืองไทยมีลุ้นจะได้ยลโฉม และสัมผัสกับแฮทช์แบ็คไฟฟ้าตัวใหม่คันนี้แน่
