in , , ,

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID ซีดาน PHEV ราคาเริ่ม 6.999 แสนบาท

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID รถเก๋งซีดานขนาดกลางขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด มีให้เลือก 2 รุ่น วิ่งโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 80 กม. / 120 กม. เปิดราคาเริ่มไว้ที่ 6.999 แสนบาท

บีวายดี ประเทศไทย เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID รถเก๋งซีดานขุมพลังปลั๊กไฮบริด สเปกพวงมาลัยขวารุ่นแรกของดลกในตลาดเมืองไทย โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้ 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ราคา BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID (ประกอบในโรงงานประเทศไทย)

  • รุ่น Standard แบตขนาด 13.08 kWh วิ่งไฟฟ้า 80 กม. 
  • รุ่น Premium แบตขนาด 18.3 kWh วิ่งไฟฟ้า 120 กม. ราคาพิเศษ 6.999 แสนบาท จากราคาเต็ม 7.999  แสนบาท (ตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 68)

มาพร้อมการรับประกันดังนี้

  • รับประกันตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 150,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID ภายนอกออกแบบ ภายใต้แนวคิด OCEAN AESTHETICS เส้นสายด้านข้างตัวรถที่เฉียบคมและทรงพลัง สะท้อนความสปอร์ต 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ด้านหน้าของตัวรถมากับกระจังหน้าไร้กรอบแบบ DOT MATRIX พร้อมชุดไฟหน้า Full LED แบบ STARLIGHT พร้อมติดโลโก้โลโก้ BYD ใหม่ เสริมความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่วางพาดยาวอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า และที่ปลายขอบสปอยเลอร์หน้า 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

เส้นสายด้านตัวถังเรียบหรู ดูพรีเมียม มือเปิดประตูเป็นแบบบปกติ นอกจากนั้นยังเดินด้วยเส้นโครเมียมที่กรอบหน้าต่างบานข้าง มาพร้อมล้ออัลลอยปัดเงาขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 215/55 R17 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ในส่วนด้านหลังออกแบบหลังคาด้านท้ายให้มีความล่ดเท ตามสไตล์รถคูเป้ มาพร้อชุดไฟท้าย Full LED รมดํา รูปทรงเรขาคณิตแบบ DOT MATRIX พร้อม LED Light Bar และไฟเลี้ยวทางด้านหลังแบบ Sequential เสริมความสปอร์ต ดุดันด้วยกันชนท้ายสีดำ ที่มาพร้อมช่องระบายอากาศ

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ในด้านขนามิติตัวถัง BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID จะมีความยาว 4,780 มม. กว้าง 1,837 มม.  สูง 1,495 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,718 มม.

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ภายในห้องโดยสารมากับกว้างขวาง ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,718 มม. ซึ่งยาวที่สุดในรถยนต์ Segment เดียวกัน ทั้งยังมาพร้อมกับ BYD Intelligent Cockpit ซึ่งมีระบบปรับเกียร์แบบหมุน และรวบรวมปุ่มควบคุมต่างๆ ไว้ในตำแหน่งเดียวกันบริเวณคอนไซลกลาง ออกแบบได้อย่างลงตัว เพื่อให้ควบคุมง่ายและคล่องตัว 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ในส่วนของจะได้รับหน้าจอเรือนไมล์ขนาด 8.8 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape แบบสามก้านที่หุ้มด้วยหนังพร้อมเย้บด้วยด้ายสีขาว 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ตรงกลางคอนโซลหน้ามากับหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 12.8 นิ้ว ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ต (OTA

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ในส่วนเบาะที่นั่งจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง มากับสะดวกสบายทุกที่นั่ง เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6  ทิศทาง ส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ขณะที่เบาะด้านหลังมีพนักพิงศีรษะ ปรับระดับแยกกันได้ทั้ง 3 ตําแหน่ง และมีที่พักแขนตรงกลาง มาพร้อมที่วางแก้ว 2 ตําแหน่ง 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบเครื่องเสียง พร้อมลําโพง 8 ตําแหน่ง ที่ติดตั้งมาจากจากโรงงาน, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มาพร้อมระบบกรองฝุ่น PM2.5 และช่องปรับอากาศตรงกลางด้านหลัง, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย, ืระบบกุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC (NFC Card) BYD Digital Key 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

สำหรับในด้านความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID จะมากับโครงสร้างตัวถังแบบ Roll Cage Body เพิ่มความแข็งแกร่งในโครงสร้างรอบคัน พร้อมโครงสร้างประตูมีคานขวางในตัว และหล่อโครงประตูเป็นชิ้นเดียวกัน ช่วยซับแรงกระแทกจากการถูกชน ด้านข้าง หรือพลิกควํ่า

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

นอกจากนั้นยังมากับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving Technology) อาทิ ระบบช่วยควบคุมความเร็วโดยอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC), ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ (ICC), ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW), ระบบช่วยเตือน เมื่อมีรถผ่านจุดอับสายตา ขณะถอยหลัง (RCTA), ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยควบคุมรถ ไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP), ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD), กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมเซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า 2 จุด และ เซนเซอร์ช่วย ตรวจจับวัตถุด้านหลัง 4 จุด และถุงลมนิรภัย 6 จุด ที่ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อน BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID จะมาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แบบ DM-i SUPER HYBRID หรือ Dual Mode-intelligent ที่เน้นการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ด้วยระบบการทำงาน EHS (Electric Hybrid System)

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร.อัตราส่วนกำลังอัด 15.5 : 1 ให้กำลังสูงสุด 72 kW / 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 122 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหน้าที่ให้กำลัง 145 kW / 194 แรงม้า โดยจะให้กำลังรวมสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) Blade Battery โดยในรุ่น Standard จะมีขนาดความจ 13.08 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 80 กม. (NEDC) ส่วนในรุ่น Premium จะจับตู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) Blade Battery ขนาดความจุ 18.3 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลสุด 120 km. (NEDC) และมีขับขี่ระยะทางรวมมากกว่า 1,000 กม. พร้อมกับเคมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่เพียง 3.8 ลิตร/100 กม. หรืประมาณ 26.3 กม./ลิตร

ซึ่งทั้ง 2 รุ่นจะให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจะอยู่ที่ 185 กม./ชม. และรองรับน้ำมันสูงสุด E20

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

นอกจากนั้นยังรองรับการชาร์จแบบ AC Type 2 กําลังสูงสุด 6.6 kW และยังมีรองรับระบบ VtoL สําหรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID ที่เปิดวางจำหน่ายในตลาดปนเทศไทยจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก X สี ได้แก่ สีขาว Arctic White, สีดำ Quantum Black และสีเทา Harbour Grey (มีเฉพาะในรุ่น Premium)