บีวายดี ประเทศไทย เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID รถเก๋งซีดานขุมพลังปลั๊กไฮบริด สเปกพวงมาลัยขวารุ่นแรกของดลกในตลาดเมืองไทย โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

ราคา BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID (ประกอบในโรงงานประเทศไทย)
- รุ่น Standard แบตขนาด 13.08 kWh วิ่งไฟฟ้า 80 กม.
- รุ่น Premium แบตขนาด 18.3 kWh วิ่งไฟฟ้า 120 กม. ราคาพิเศษ 6.999 แสนบาท จากราคาเต็ม 7.999 แสนบาท (ตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 68)
มาพร้อมการรับประกันดังนี้
- รับประกันตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID ภายนอกออกแบบ ภายใต้แนวคิด OCEAN AESTHETICS เส้นสายด้านข้างตัวรถที่เฉียบคมและทรงพลัง สะท้อนความสปอร์ต



ด้านหน้าของตัวรถมากับกระจังหน้าไร้กรอบแบบ DOT MATRIX พร้อมชุดไฟหน้า Full LED แบบ STARLIGHT พร้อมติดโลโก้โลโก้ BYD ใหม่ เสริมความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่วางพาดยาวอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า และที่ปลายขอบสปอยเลอร์หน้า




เส้นสายด้านตัวถังเรียบหรู ดูพรีเมียม มือเปิดประตูเป็นแบบบปกติ นอกจากนั้นยังเดินด้วยเส้นโครเมียมที่กรอบหน้าต่างบานข้าง มาพร้อมล้ออัลลอยปัดเงาขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 215/55 R17



ในส่วนด้านหลังออกแบบหลังคาด้านท้ายให้มีความล่ดเท ตามสไตล์รถคูเป้ มาพร้อชุดไฟท้าย Full LED รมดํา รูปทรงเรขาคณิตแบบ DOT MATRIX พร้อม LED Light Bar และไฟเลี้ยวทางด้านหลังแบบ Sequential เสริมความสปอร์ต ดุดันด้วยกันชนท้ายสีดำ ที่มาพร้อมช่องระบายอากาศ



ในด้านขนามิติตัวถัง BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID จะมีความยาว 4,780 มม. กว้าง 1,837 มม. สูง 1,495 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,718 มม.

ภายในห้องโดยสารมากับกว้างขวาง ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,718 มม. ซึ่งยาวที่สุดในรถยนต์ Segment เดียวกัน ทั้งยังมาพร้อมกับ BYD Intelligent Cockpit ซึ่งมีระบบปรับเกียร์แบบหมุน และรวบรวมปุ่มควบคุมต่างๆ ไว้ในตำแหน่งเดียวกันบริเวณคอนไซลกลาง ออกแบบได้อย่างลงตัว เพื่อให้ควบคุมง่ายและคล่องตัว


ในส่วนของจะได้รับหน้าจอเรือนไมล์ขนาด 8.8 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape แบบสามก้านที่หุ้มด้วยหนังพร้อมเย้บด้วยด้ายสีขาว

ตรงกลางคอนโซลหน้ามากับหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 12.8 นิ้ว ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ต (OTA)



ในส่วนเบาะที่นั่งจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง มากับสะดวกสบายทุกที่นั่ง เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ขณะที่เบาะด้านหลังมีพนักพิงศีรษะ ปรับระดับแยกกันได้ทั้ง 3 ตําแหน่ง และมีที่พักแขนตรงกลาง มาพร้อมที่วางแก้ว 2 ตําแหน่ง




ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบเครื่องเสียง พร้อมลําโพง 8 ตําแหน่ง ที่ติดตั้งมาจากจากโรงงาน, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มาพร้อมระบบกรองฝุ่น PM2.5 และช่องปรับอากาศตรงกลางด้านหลัง, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย, ืระบบกุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC (NFC Card) BYD Digital Key


สำหรับในด้านความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID จะมากับโครงสร้างตัวถังแบบ Roll Cage Body เพิ่มความแข็งแกร่งในโครงสร้างรอบคัน พร้อมโครงสร้างประตูมีคานขวางในตัว และหล่อโครงประตูเป็นชิ้นเดียวกัน ช่วยซับแรงกระแทกจากการถูกชน ด้านข้าง หรือพลิกควํ่า

นอกจากนั้นยังมากับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving Technology) อาทิ ระบบช่วยควบคุมความเร็วโดยอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC), ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ (ICC), ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW), ระบบช่วยเตือน เมื่อมีรถผ่านจุดอับสายตา ขณะถอยหลัง (RCTA), ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยควบคุมรถ ไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP), ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD), กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมเซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า 2 จุด และ เซนเซอร์ช่วย ตรวจจับวัตถุด้านหลัง 4 จุด และถุงลมนิรภัย 6 จุด ที่ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
ในด้านพละกำลังขับเคลื่อน BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID จะมาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แบบ DM-i SUPER HYBRID หรือ Dual Mode-intelligent ที่เน้นการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ด้วยระบบการทำงาน EHS (Electric Hybrid System)

โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร.อัตราส่วนกำลังอัด 15.5 : 1 ให้กำลังสูงสุด 72 kW / 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 122 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหน้าที่ให้กำลัง 145 kW / 194 แรงม้า โดยจะให้กำลังรวมสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) Blade Battery โดยในรุ่น Standard จะมีขนาดความจ 13.08 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 80 กม. (NEDC) ส่วนในรุ่น Premium จะจับตู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) Blade Battery ขนาดความจุ 18.3 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลสุด 120 km. (NEDC) และมีขับขี่ระยะทางรวมมากกว่า 1,000 กม. พร้อมกับเคมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่เพียง 3.8 ลิตร/100 กม. หรืประมาณ 26.3 กม./ลิตร
ซึ่งทั้ง 2 รุ่นจะให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจะอยู่ที่ 185 กม./ชม. และรองรับน้ำมันสูงสุด E20

นอกจากนั้นยังรองรับการชาร์จแบบ AC Type 2 กําลังสูงสุด 6.6 kW และยังมีรองรับระบบ VtoL สําหรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย

BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID ที่เปิดวางจำหน่ายในตลาดปนเทศไทยจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก X สี ได้แก่ สีขาว Arctic White, สีดำ Quantum Black และสีเทา Harbour Grey (มีเฉพาะในรุ่น Premium)
