นอกเหนือจาก DENZA B5 เอสยูวีสายลุยสเปคพวงมาลัยขวาที่ทาง บีวายดี และเรเว่ ได้นำเข้ามาจัดแสดงภายในงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ ยังมีดาวเด่นที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่นนั้นก็คือ BYD Ti7 รถเอสยูวี สไตล์ Adventure ที่มากับขุมพลัง PHEV แบบ DM 5.0 platform 4WD

สำหรับ BYD Ti7 หรือก็คือ BYD FCB Tai 7 เอสยูวี PHEV ใหม่ ที่ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวประกาศราคาจำหน่ายแบบสด ๆ ร้อน ๆ ในประเทศจีนเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ในด้านงานดีไซน์ตัวรถของ BYD Ti7 หรือ BYD FCB Tai 7 จะมาในรูปแบบ Urban SUV สไตล์ Adventure ออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิด STARSHIP Ark ผสานความดุดันเข้ากับตัวถังทรงเหลี่ยม รวมทั้งยังถูกสร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถังแบบ Monocoque

ด้านหน้าจะมากับชุดไฟหน้าแบบ 2 ชั้น ไฟหน้าเป็นแบบ Matrix LED พร้อม DRL ทรง Signature Light Bar โดยมีแถบชิ้นงานสีดำพร้อมโลโก้ของทางแบรนด์เชื่อมต่อทั้ง 2 ฝั่ง
ตัวกันชนหน้าออกบบให้มีขนาดใหญ่ให้เป็นรูปตัว H มาพร้อมช่องดักอากศทั้งด้านบน และล่าง เสริมความแกร่งด้วยการ์ดกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง


เส้นสายด้านข้างตัวรถดูบึกบึน และแข็งแกร่ง ขอบซุ้มล้อถูกตีโป่งยื่นออกมาจากตัวบอดี้ สอดรับเข้สชุดกับล้ออัลลอยสีดำ Matte Black ขนาด 20 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 255/55 R20 มาพร้อมคาลิปเปอร์แบบ 4 ลูก (ด้านหน้า)


ส่วนที่ด้านหลังจะมากับชุดไฟท้าย LED ที่เหมือนด้านหน้าแบบ 2 ชั้น พร้อมติดตั้งกล่องอเนกประสงค์ไว้ที่ฝาประตูบานท้าย

ในด้านขนาดมิติตัวถัง จะมีคาวมยาว 4,999 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,865 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,920 มม. มาพร้อมมุมเข้า 24° มุมออก 25 ° รวมทั้งยังสามารถลุยน้ำลึกได้มากถึง 600 มม.



ห้องโดยสารออกแบบสไตล์ Dual Layer Symmetry ให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินไปกับการขับขี่พร้อมผจญภัย มาพร้อมคอลโซลกลางแบบ Floating และหุ้มเบาะด้วยหนังแท้ NAPPA ทั้งยังมี BYD Intelligent Cockpit เชื่อมต่อการแสดงผลผ่านหน้าจอต่างๆ รวมถึงระบบแสดงผลบนกระจกหน้า AR-HUD ขนาด 26 นิ้ว




มาพร้อมทั้งยังมีอุปกรณ์เสริม หน้าจอผู้โดยสารด้านหลัง BYD PAD ขนาด 13 นิ้ว (120 Hz) ติดตั้งสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 มอบประสบการณ์ความบันเทิงส่วนตัว โดยผู้โดยสารสามารถดูหนัง, เล่นแอป, และ ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถยนต์ได้โดยตรง เสมือนมีแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูง เป็นศูนย์กลางควบคุมในรถ




นอกจากนั้น BYD Ti7 ยังมีฟีเจอร์ครบครัน ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งการเดินทาง และยกระดับความสะดวกสบาย ทั้งหลังคา Panoramic Glass roof ขนาดใหญ่, ลำโพง 20 ตำแหน่ง, ไฟ Ambient Lighting, ระบบน้ำหอมปรับอากาศ, เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ รวมถึงระบบนวดเบาะ และ กล่องควบคุมอุณหภูมิทั้งอุ่นและเย็น

ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนจะมาในรูปแบบ PHEV แบบ DM 5.0 platform 4WD โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวมสูงสุด 360 kW / 483 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 620 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 4.5 วินาที มาพร้อมระบบบขับเคลื่อนสี่ล้อ แลบะระบบกระจายแรงบิดหน้าหลังอัตโนมัติ Torque Vectoring
นอกจากนั้นยังมาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 35.6 kWh แบบ CTB (Cell-to Body) ที่รวมชุดแบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างของตัวรถ ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ 155 กม. (NEDC)

เติมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่าง ที่มีเทคโนโลยี DiSus-C พร้อมระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่ในด้านหน้า และแบบมัลติลิงก์ในด้านหลัง อุ่นใจและลดความเหนื่อยล้าจากการขับ ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Fi-Pilot L2+ ซึ่งมีมากถึง 20 ระบบ ประมวลผลอย่างแม่นยำจากเซ็นเซอร์และเรดาร์รอบคัน ทั้งยังมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง รอบห้องโดยสาร
สำหรับ BYD Ti7 ที่นำเข้ามาโชว์ตัวในไทยครั้งนี้ เป็นการนำเข้ามาจากประเทศจีย และยังเป็นแบบสเปคพวงมาลัยซ้าย ส่วนการทำตลาดในไทยนั้นยังคงต้องรอลุ้นกันแบบยาว ๆ
