in , , ,

BYD เผยกำไรไตรมาสแรกปี 2026 ร่วงกว่า 50% แม้ยอดขาย NEV สูงทะลุ 7 แสนคัน

ผู้นำตลาดอีวีโลกเผชิญแรงกดดันจากสงครามราคาในจีนและการหั่นเงินอุดหนุนของรัฐ เร่งปรับกลยุทธ์เจาะตลาดพรีเมียมและขยายการส่งออกเพื่อฟื้นฟูกำไร

กำไรสุทธิร่วงหนัก แม้ยอดขายยังคงมหาศาล BYD กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในตลาดบ้านเกิด รายงานผลประกอบการล่าสุดในไตรมาสแรกของปี 2026 ระบุว่ากำไรสุทธิลดลงถึง 55.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ลงมาอยู่ที่ 4.09 พันล้านหยวน (ประมาณ 597 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงของกำไรรายไตรมาสที่หนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ขณะที่รายได้รวมลดลงเกือบ 12% อยู่ที่ 1.502 แสนล้านหยวน ซึ่งเป็นตัวเลขรายได้รายไตรมาสที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2024 (แม้จะยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก็ตาม) ในด้านยอดขาย BYD ส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ไปทั้งสิ้น 700,463 คัน ลดลง 30% เมื่อเทียบเป็นรายปี และลดลงเกือบ 48% จากสถิติยอดขายสูงสุดในไตรมาส 4 ปี 2025

ผลพวงจากสงครามราคาและการลดเงินอุดหนุนจากรัฐ สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรของ BYD หดตัวลง มาจากการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน การทำสงครามราคา (Price war) อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดส่งผลให้ส่วนต่างกำไรลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังได้ปรับลดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรม EV โดยลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีลงครึ่งหนึ่งสำหรับปี 2026 และ 2027 (เหลือส่วนลดสูงสุดเพียง 15,000 หยวนต่อคัน) นโยบายนี้ทำให้ผู้บริโภคเร่งตัดสินใจซื้อรถไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ส่งผลให้ความต้องการซื้อในไตรมาสแรกของปี 2026 ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

มุ่งสู่ตลาดพรีเมียมและเร่งเครื่องส่งออก เพื่อรับมือกับยอดขายในประเทศที่ชะลอตัว BYD กำลังเบนเข็มกลยุทธ์ไปยังตลาดต่างประเทศและกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ให้กำไรสูงกว่า โดยตั้งเป้าส่งออกรถยนต์ให้ได้มากกว่า 1.5 ล้านคันภายในปีนี้

ทิศทางดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนในงาน Beijing Auto Show ที่ผ่านมา ซึ่ง BYD มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอรถยนต์ระดับพรีเมียมมากกว่ารถยนต์ราคาประหยัด เช่น การเปิดตัว Datang (Great Tang) เอสยูวีไฟฟ้าฟูลไซส์ ราคาเริ่มต้น 250,000 หยวน ที่กวาดยอดจองไปได้กว่า 30,000 คันตั้งแต่วันแรก นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหนือกว่าคู่แข่ง เช่น การเพิ่มความเร็วในการชาร์จไฟ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ยังลังเลในการเปลี่ยนจากรถยนต์สันดาป นักวิเคราะห์ประเมินว่าช่วงไตรมาสหลังจากนี้จะเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญของ BYD โดยการฟื้นตัวของตลาดในประเทศและการเติบโตของการส่งออกจะเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้ผลกำไร