GWM ในประเทศจีน ประการาคาจำหน่าย ORA 5 ครอสโอเวอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ในประเทศจีน ชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางวิ่ง 480 และ 580 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย เปิดราคาไว้ดังนี้

ราคา ORA 5 ในประเทศจีน
- 480km Air ราคา 99,800 หยวน (ประมาณ 4.46 แสนบาท)
- 480km Pro ราคา 109,800 หยวน (ประมาณ 4.9 แสนบาท)
- 580km Max ราคา 119,800 หยวน (ประมาณ 5.35 แสนบาท)
- 480km LiDAR ราคา 123,800 หยวน (ประมาณ 5.53 แสนบาท)
- 580km LiDAR ราคา 133,800 หยวน (ประมาณ 5.97 แสนบาท)

ORA 5 เป็นรถโมเดลใหม่ครั้งแรกของตระกูล ORA นับตั้งแต่เปิดตัว Ballet Cat และ Lighting Cat / 07 เมื่อในปี 2022 ในด้านงานออกแบบจะมาในรูปแบบเอสยูวีไฟฟ้าแบบครอบครัว

ส่วนดีไซน์มาในสไตล์เรโทรทรงน่ารัก ๆ และยังคงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถในตระกูลแมว “Cat Family” ของทาง ORA


กระจังหน้าแบบปิดทึบ มาพร้อมไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังออกแบบในส่วนของมุมด้านหน้าที่เฉียบคมกว่าเมื่อเทียบกับ ORA Good Cat มาพร้อมกันชนหน้ามีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ และช่องลมด้านข้าง



นอกจากนั้นยังมากับพอร์ตชาร์จไฟที่อยู่บังโคลนหน้าขวา เสริมลุคแบบรถอเนกประสงค์ด้วยราวหลังคาและมีชุดล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว มีให้เลือก 2 แบบ 2 สไตล์ จับคู่กับยาง PRINX (225/60 R18)


ส่วนที่ด้านท้ายยังคงดีไน์แบบเดียวกับ Good Cat ที่ติดตั้งชุดไฟเบรกไว้ที่ด้านในกระจกบังลมหลัง เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอรหลังคาและชุดไฟเบรดวงที่ 3 นอกจากยังติดตราชื่แแบรนด์ GWM ไว้ตรงกลางของาประตูหลังมาพร้อมชื่อรุ่น ORA 5


ส่วนขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 4,471 มม. กว้าง 1,883 มม. สูง 1,641 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,720 มม. มาพร้อมมุมไต่ และมุมจากอยู่ที่ 17 และ 25 องศา (ตามลำดับ) ขณะที่น้ำหนักตัวรถอยู่ระหว่าง 1,630 – 1,655 กก.




ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ ORA 05 จะได้รับการติดตั้ง LiDAR ไว้ที่บนหลังคาด้านหน้า (ในรุ่นไฮเอนท์) มาพร้อมกล้องด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยให้สามารถใช้งานฟีเจอร์ช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงได้ คาดว่าจะใช้ระบบ Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ GWM ซึ่งรองรับฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบนำทางอัตโนมัติ (NOA) ในเมือง และ NOA บนทางหลวง



ภายในห้องโดยสาร ORA 5 จะมากับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยวัสดุผ้าที่พาดเต็มเกือบทั้งหมด รวมทั้งในส่วนของแผงประตูข้างด้วย โดยจะมีเฉดสีภายในมีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาว Dawn White, สีน้ำตาล Afternooon Brown และสีเทาดำ Starry Night Gray



โดยในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมากับดีไซน์ที่เรียบง่าย โดดเด่นด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยทรง D-Shape แบบ 2 ก้าน โดยมีปุ่มควบคุมสั่งงานที่เป็นแบบลูกกลิ้งขนาดเล็ก มาพร้อมหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ที่วางแบบลอยตัวขนาด 15.6 นิ้ว ที่มีความคมชัดระดับ 2.5K รองรรับระบบปฏิบัติการข Coffee OS เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ GWM ซึ่งผสานรวมกับโมเดล AI ของทาง DeepSeek รองรับการสั่งงานด้วยเสียง และขับเคลื่อนด้วยชิปค็อกพิทขนาด 4 นาโนเมตรของ MediaTek



ส่วนชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับคันเกียร์ไฟฟ้าอยู่ที่คอพวงมาลัย, แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย, ที่วางแก้ว และช่องเก็บของหลายช่อง, ชุดไฟ Ambient Lighting 64 สี, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาพร้อมช่องเก็ยของแบบลิ้นชัดที่อยุ่ด้านล่างลงมา, หลังคากระจกพาโนรามิคขนาด 1.65 ตารางเมตร, และเบาะนั่งด้านหลังแบบพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ




ในด้านสมรรถนะ ORA 05 จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 150 kW / 201 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไออนฟอสเฟตจาก Svolt ที่มีความจุให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ แบตเตอรี่ขนาด 45.3 kWh ชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกล 480 กม. และแบตเตอรี่ขนาด 58.3 kWh ให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 580 กม. เมื่แชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC)






ORA 05 จะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 6 สี ซึ่งแต่ละสีได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่สำคัญทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ สีเขียวออโรรา (Aurora Green), สีเทาเซนนา (Senna Grey), สีฟ้าเลคเซย์รัม (Lake Sayram Blue), สีขาวคลิฟฟ์ (Cliff White), สีน้ำตาลแซนด์ดูนเบจ (Sand Dune Beige) และสีแดงแบบเห็ดหลินจือ (Linzhi Red)

ทั้งนี้ในอนาคตทาง GWM ในจีนเผยว่า ORA 05 จะมีขุมพลังทางเลือกที่หลาหหลายมากขึ้นโดยจะ มีทั้งรูปแบบ PHEV, HEV และเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) โดยในรุ่นไฮบริด (HEV) จะใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ขนาดเล็ก โดยไม่มีฟังก์ชั่นการชาร์จภายนอก ให้กำลัง 179 kW / 240 แรงม้า ส่วนรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในจะใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 130 kW / 174 แรงม้า พร้อมเกียร์ 7DCT ขณะที่ในรูปแบบ PHEV นั้นยังไม่มีข้อมูลเปิดเผยออกมา
ส่วนจะเข้ามาจัดจำหน่ายในไทยหรือไม่นั้นต้องจับตาดูกันให้ดี !
