GWM (Thailand) ใช้เวที่ที่ในงาน Motor Expo 2025 เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย WEY G9 Hi4 รถเอ็มพีวีสุดหรูแบบ 7 ที่นั่ง ชูจุดเด่นที่มากับระบบ Hi4 Technology ที่เป็นระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะ ผสานพลังเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มาพร้อมระบบ Coffee OS 3.0 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับ AI เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันอย่างล้ำสมัย โดยเปิดราคาไว้ที่ 2,349,000 บาท

สำหรับ WEY G9 Hi4 (เวย์ จีไนน์) เป็นรถเอ็มพีวีรุ่นใหม่ของทางแบรนด์ WEY (เวย์) ซึ่งเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ของ GWM

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ตัวรุถภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากความงามธรรมชาติแบบตะวันออก ทั้งน้ำตก ขุนเขา และต้นไผ่ ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย เน้นเส้นสายเรียบหรู สงบนิ่ง และสมดุลอย่างไร้ที่ติ


ในส่วนของกระจังหน้าเป็นแบบโครเมียมแนวตั้งขนาดใหญ่ ตรงกลางติดโลโก้ WEY ไว้ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED ทรงเรียวที่มีความโฉบเฉี่ยว มาพร้อมระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ} ระบบปรับไฟสูง–ต่ำอัตโนมัติ และฟังก์ชัน Follow Me Home

ด้านข้างเน้นความเรียบหรู ดูแพง ประตูข้างเปิดแบบบานสไลด์ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมตกแต่งด้วยเส้นโครเมียมรอบตัวรถทั้งที่กรอบหน้าต่าง รวมทั้งชายกันชนหน้า กาบประตูข้าง และกันชนท้าย


เส้นสายด้านข้าง มากับความเรียบหรุ ดูแพง ประตูคู่บานหลังเป็นแบบบานสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่ง มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 245/50R18 นอกจากนั้นยังติดตั้งบันได 2 ระดับเพื่อก้าวขึ้นรถ พร้อมรองรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กและคนสูงอายุ ทำให้รถเหมาะกับการใช้งานจริงในทุกวันสำหรับทุกเพศทุกวัย

ขณะที่ด้านท้ายจะมากับชุดไฟท้าย LED รูปตัว U คว่ำ ขนาดใหญ่ที่วางเต็มพื้นที่ส่วนท้าย และยังได้รับฝากระโปรงท้ายที่ปิด -เปิด ด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 5,050 มม. กว้าง 1,985 มม. สูง 1,900 มม. มาพร้อมระยะฐานล้อ 3,085 มม. และมีความสูงจากพื้น 155 มม. ทำให้รถยนต์คันนี้มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางที่สุดในเซ็กเมนต์เดียวกัน

ภายในห้องโดยสารจะถูกรังสรรค์อย่างประณีต มอบความสบายเหนือระดับตั้งแต่สัมผัสแรก อีกทั้งยังออกแบบภายในเน้นความโปร่งโล่ง เดินได้สะดวกสบายด้วยความสูงภายใน 1,277 มม. ขณะที่ช่องทางเดินกลางกว้างถึง 170 มม. ด้านตัวเบาะที่นั่งจะเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (2+2+3) ตัวเบาะจะถูกหุ้มด้วยหนัง NAPPA

ด้านเบาะนั่งแถวที่แรกฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งและระบบ Welcome Seat รวมถึงระบบดันหลังไฟฟ้าและระบบนวดไฟฟ้า 10 จุด เบาะผู้โดยสารตอนหน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และมีระบบระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง

ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 2 จะมาในรูปแบบ Zero-Gravity ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบิน และอวกาศของ NASA โดยสามารถปรับองศาเบาะให้อยู่ในรูปแบบ “Golden Angle” ซึ่งเป็นมุมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสรีระมนุษย์ โดยมีมุมลำตัวที่ 127° และมุมต้นขา-น่องที่ 132° เพื่อช่วยกระจายแรงกดทั่วเบาะอย่างสมดุล โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ลดแรงกดทับ ลดความเมื่อยล้า และเพิ่มความผ่อนคลายในการโดยสาร อีกทั้งยังมาพร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง มอบความผ่อนคลายขั้นสุดตลอดการเดินทาง



ขณะที่เบาะแถวที่ 3 เป็นแบบ 3 ที่นั่ง วางเต็มตัวเบาะสามารถยกที่นั่งขึ้นได้ พับได้แบบ 4:6 ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระเมื่อจำเป็น โดยด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุ 233 ลิตร และขยายได้มากถึง 1,725 ลิตร เมื่อพับเบาะนั่งแถวที่ 3 ลง


นอกจากนั้นยังมาพร้อมความสะดวกสบาย โดยจะได้รับการติตดั้งตู้เย็นภายในรถ (Car Refrigerator) ความจุ 12.5 ลิตร พร้อมดีไซน์ Double-Opening เปิดได้ทั้งด้านหน้า (Front Armrest) และด้านหลังแบบลิ้นชัก รองรับทั้งโหมดทำความเย็น 0–15°C และโหมดอุ่น 35–50°C มาพร้อมชุดไฟสร้างบรรยากาศ 64 สี และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 17.3 นิ้ว



ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะได้รับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-up Display ขนาด 26 นิ้ว มาพร้อมมาตรวัด Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape ที่มากับชุดควบคุมสั่งงานที่เป็นแบบลูกกลิ้ง มาพร้อมหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางตั้งตรงกลางแผงแดชบอร์ด รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Coffee OS 3.0 รวมทั้งยังรองรับคำสั่งเสียง 21 ภาษา พร้อมแสดงสถานะรถแบบ 3 มิติเรียลไทม์ มาพร้อมระบบนำทาง Petal Maps Global Navigation และการดาวน์โหลดแอปฯ ผ่าน GWM App Store ซึ่งผู้ใช้ยังสามารถควบคุม และตรวจสอบรถจากระยะไกลผ่านแอป GWM ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ตเครื่องยนต์ ล็อก–ปลดล็อกประตู เปิด–ปิดซันรูฟ ตั้งเวลาชาร์จ หรือเช็กสถานะพลังงานและแรงดันลมยางได้อย่างสะดวก



ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง Amor จำนวน 21 ตำแหน่ง, ช่องจ่ายไฟ USB สำหรับกล้องบันทึกภาพ (Dashcam) นอกจากนั้นภายในรถ ยังติดตั้งไมโครโฟน 6 ตำแหน่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสั่งงานด้วยเสียงและการสื่อสารภายในตัวรถ


ส่วนระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ มาพร้อมระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 28 รายการ

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูงเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและธุรกิจ ทำให้ WEY G9 เป็นมากกว่ารถ MPV แต่คือประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้านโครงสร้างตัวถังทำจากเหล็กกล้าเปอร์เซ็นต์สูงถึง 83.01% ถุงลมนิรภัย 6 จุด โดยมีถุงลมนิรภัยด้านข้างยาวเป็นพิเศษ ครอบคลุมจากที่นั่งแถวหนึ่งถึงแถวสาม พร้อมปกป้องคุณและคนที่คุณรักอย่างเต็มที่ แบตเตอรี่แรงดันสูงมีการปกป้องด้านข้างถึง 4 ชั้น ด้านล่างถึง 6 ชั้น มอบความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์

ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนของ GWM WEY G9 มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) รุ่นล่าสุดของ GWM ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ Permanent-Magnet Synchronous ทำงานร่วมกับเกียร์อัจฉริยะ DHT ให้กำลังสูงสุด 325 kW (442 PS) แรงบิดสูงสุด 642 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ DHT มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (AWD)


จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียม Ternary ความจุ 44.28 kWh โดยววิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 170 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) และเมื่อเติมน้ำมันเต็มถังที่มีขนาดความจุ 58 ลิตร และแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็ม สามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุดมากกว่า 1,000 กม.
พร้อมรองรับการชาร์จไฟ DC Fast Charging ขนาด 60 kW และรองรับชาร์จ AC Slow Charging สูงสุด 6.6 kW

WEY G9 มาพร้อมโหมดการขับขี่และระบบส่งกำลังที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนนและทุกสไตล์การใช้งาน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือโหมดพลังงาน และโหมดการขับขี่ ดังนี้
- โหมดพลังงาน: EV, โหมดเน้น EV (EV Priority) และ HEV Mode
- โหมดการขับขี่: Eco, Normal, Sport, Snow และ AWD Mode

นอกจากนี้ WEY G9 ยังมากับ พวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ที่สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมโหมดช่วยผ่อนแรงพวงมาลัย 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดเบา /โหมดสบาย และโหมดสปอร์ต อีกทั้งยังเสริมความปลอดภัยด้วยระบบเบรกแบบดิสก์เบรกสี่ล้อพร้อมครีบระบายความร้อน

WEY G9 Hi4 Luxury MPV ของทาง GWM จะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ Nebula Black, สีทอง Superior Gold, สีขาว Aurora White และสีเทา Wisdom Grey ส่วนสีภายในห้องโดยสารจะมากับเฉดสีดำ และหลังคาสีเทา

สำหรับ GWM WEY G9 Hi4 จะเป็นการนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย โดยทาง GWM (Thailand) เปิดราคาไว้ที่ 2.349 ล้านบาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ ดังนี้
- รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
