นับเป็นเวลากว่า 12 ปี ที่ทาง Suzuki เปิดตัว และทำตลาด Suzuki Carry มาจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดทางซูซูกิ ในประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ปรับโฉมใหม่ของของ Suzuki Carryและ Super Carry รถบรทุกขนาดเล็ก


โดยได้เพิ่มความทันสมัยทั้งด้านดีไซน์ ชุดอุปกรณ์ความปลอดภัย และความอเนกประสงค์ในการใช้งานให้มากขึ้น เพื่อต่ออายุการทำตลาดในกลุ่มรถบรรทุกขนาดเล็กแบบเคคาร์ (kei car) ที่มีการแข่งขันสูงมากในตลาดประเทศญี่ปุ่น ณ ปัจจุบันนี้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ของ Suzuki Carry และ Super Carry รุ่นปี 2026 ในญี่ปุ่น สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนจะอยู่ที่่ด้านหน้า ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เริ่มจากชุดไฟหน้าดีไซน์ใหม่ที่มาในแบบแนวนอนทรงเหลี่ยม พร้อมโคมสีเข้ม และไฟ LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อเสริมบุคลิคให้ดุมีความดุดันขึ้น




ขณะที่ในส่วนของตัวกระจังหน้าก็ได้รับการปรับใหม่ให้ดุมีความพียวบางลง แต่ขณะที่ในส่วนของช่องรับอากาศที่กันชนปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนตัวถังโดยรวมอื่น ๆ นั้น ยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นตัวกระท้ายที่เปิดได้รอบด้าน



ส่วนในรุ่น Super Carry ที่มาพร้อมหลังคาสูงขึ้น และห้องโดยสารยาวกว่า ยังคงโครงสร้างเดิมเช่นกัน แต่เพิ่มรายละเอียดตกแต่งสีดำเงาบริเวณระหว่างไฟหน้า เพื่อสร้างความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน



นอกจากนี้ทางซูซูกิ ยังมีรุ่นพิเศษ Super Carry X Limited ที่โดดเด่นด้วยอักษร S U Z U K I ที่มาแทนที่ตราโลโก้ ที่ด้านหน้า




มาพร้อมตกแต่งกระจังหน้าช่องรับอากาศ และกรอบไฟตัดหมอก ด้วยชิ้นงานสีดำเงา เสริมความสะดุดตาด้วยลายกราฟิกสีดำรอบคัน เติมความดุด้วยล้อเหล็กสีดำ และมือจับประตูสีดำ

เข้ามายังภายในห้องโดยสารของ Suzuki Carry และ Super Carry รุ่นปี 2026 ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกตามสไตล์รถใช้งาน แต่มีการปรับสเปกให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยในทุกรุ่นจะได้รับหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลที่างอยุ่ด้านหลังพวงมาลัยแบบสองก้าน

ส่วนชุดหน้าจออินโฟรเทนเมนต์นั้นจะไม่ได้รับการติดตั้งมาจากโรงงาน แต่ช่องตรงกลางสามารถติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เพิ่มเติมได้



นอกจากนั้นยังเสริมความสะดวกสบายมากขึ้นด้วยที่วางแก้วใหม่ใต้ช่องระบายอากาศ มาพร้อมมือจับช่วยขึ้นรถฝั่งผู้โดยสาร และเบาะผู้โดยสารที่พับเป็นโต๊ะได้ อีกทั้งยังได้รับช่องเก็บของเหนือกระจกหน้า


ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะได้รับ การอัปเกรดเพิ่มขึ้นจากเดิม ด้วยระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติแบบเซ็นเซอร์คู่ II (Dual Sensor Brake Support II AEB), ระบบป้องกันการออกนอกเลน (Lane Departure Prevention), ระบบจดจำป้ายจราจร (Sign Recognition), ฟังก์ชันแจ้งเตือนการออกตัว (Start Notification Function), สัญญาณหยุดฉุกเฉิน และเซ็นเซอร์ช่วยจอด (ด้านหน้าและด้านหลัง)

ขณะที่ในด้านขุมพลังขับเคลื่อนของ Carry และ Super Carry ยังคงมากับเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 658 ซีซี ให้กำลัง 37 kW / 50 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 59 นิวตันเมตร โดยมีชุดส่งกำลังให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และขับเคลื่อนสี่ล้อ

โดยรุ่นขับสี่สามารถติดตั้งดิฟเฟอเรนเชียลล็อกและระบบช่วยหลุดจากโคลน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการลุยทางทุรกันดาร ด้วยฐานล้อสั้นและระยะห่างจากพื้นสูงถึง 273 มิลลิเมตร

สำหรับ Suzuki Carry และ Super Carry รุ่นปรับโฉมปี 2026 จะเริ่มวางจำหน่ายในญี่ปุ่นวันที่ 23 มกราคม 2026 โดยยังคงมี Daihatsu Hijet เป็นคู่แข่งหลักในตลาด


ส่วนสนนราคาจำหน่ายของ Carry และ Super Carry จะมีการปรับขึ้นจากเดิมเล็กน้อย เริ่มจาก Carry KC รุ่นที่ถูกที่สุด ขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์ธรรมดา จะมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,172,600 เยน (ประมาณ 2.34 แสนบาท) ในขณะที่รุ่นท็อปสุด Super Carry Special Edition X Limited ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์อัตโนมัติ จะมีราคาอยู่ที่ 1,800,700 เยน (ประมาณ 3.6 แสนบาท)


ซึ่งนอกจากรุ่นปกติแล้ว Suzuki ยังได้ประกาศราคาของรุ่นพิเศษที่ดัดแปลงแล้ว โดยรุ่นที่ถูกที่สุดคือรถบรรทุกดัมพ์ Kintaro ราคา 1,618,100 เยน (ประมาณ 3.23 แสนบาท) และรุ่นที่แพงที่สุดคือรถบรรทุกห้องเย็นอุณหภูมิต่ำ สำหรับงานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ จะมีราคาอยู่ที่ 2,658,700 เยน (ประมาณ 5.31 แสนบาท)
