รถเล็กสเปกเกินตัว อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี BYD ประกาศเปิดตัว 2026 Seagull (หรือที่ทำตลาดในต่างประเทศชื่อ Dolphin Mini / Dolphin Surf) อย่างเป็นทางการ หลังจากเผยโฉมไปในงาน Beijing Auto Show 2026 โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ราคาจำหน่ายในจีนเริ่มต้นที่ 69,900 ถึง 85,900 หยวน (ประมาณ 3.4 – 4.2 แสนบาท)
ไฮไลต์สำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้คือ การเพิ่มออปชันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ “God’s Eye B” (DiPilot 300) ซึ่งมาพร้อมกับเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา หากลูกค้าเลือกติดตั้งแพ็กเกจนี้ ราคาตัวรถจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 90,900 ถึง 97,900 หยวน (ประมาณ 4.5 – 4.8 แสนบาท) ซึ่งยังถือว่าเป็นหนึ่งในรถ EV ที่ติดตั้ง LiDAR ที่มีราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในตลาด
อัปเกรดห้องโดยสารและระบบความปลอดภัย ภายในห้องโดยสารมีการเพิ่มโทนสีใหม่ “Oatmeal Rice” พร้อมอัปเกรดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น แท่นชาร์จไร้สาย 50W ระบบอุ่นเบาะคู่หน้า และเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง คอนโซลกลางโดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ที่ประมวลผลด้วยระบบ DiLink 150 รองรับการควบคุมรถแบบ 3D
หากติดตั้งระบบ DiPilot 300 ตัวรถจะรองรับฟังก์ชัน City Navigation on Autopilot (CNOA) ที่สามารถขับขี่อัตโนมัติในเมือง อ่านสัญญาณไฟจราจร และนำทางผ่านวงเวียนได้ นอกจากนี้ยังมีระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบตรวจสอบพฤติกรรมผู้ขับขี่ (DMS) เป็นมาตรฐาน
ขุมพลัง ระยะทางวิ่ง และการแข่งขันในตลาด มิติตัวถังยังคงความกะทัดรัด (ความยาว 3,780 มม.) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว พละกำลังสูงสุด 55 kW (74 แรงม้า) แรงบิด 135 นิวตันเมตร โดยมีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด:
-
แบตเตอรี่ 30.08 kWh: วิ่งได้ระยะทาง 305 กม.
-
แบตเตอรี่ 38.88 kWh: วิ่งได้ระยะทาง 405 กม.
ภายนอกมีการเพิ่มสีตัวถังใหม่ 2 สี ได้แก่ สีส้ม Mango Orange และสีเขียว Mint Green พร้อมล้ออัลลอยลาย “Starlight” ขนาด 16 นิ้ว การปรับโฉมครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญของ BYD ในการรักษายอดขาย หลังจากที่ Seagull เคยทำยอดขายสูงสุดถึง 34,005 คันเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งหน้าใหม่ที่เปิดตัวมาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ทั้ง Geely Xingyuan (เจ้าตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ยอดฮิตในปีที่ผ่านมา), Arcfox T1 และ Leapmotor A10
