in , , ,

เปิดตัว Mazda CX-6e รุ่นพิเศษ “Year of the Horse” สปอร์ตเอสยูวีขุมพลัง EV/EREV พร้อมจอยักษ์ 5K

Mazda ต้อนรับปีม้า 2026 ด้วยรถเอสยูวีรุ่นพิเศษ อัปเกรดห้องโดยสารโทนสีม่วง-ขาวสุดพรีเมียม และจอ HUD ขนาด 50 นิ้ว เคาะราคาเริ่มต้นราว 7.5 แสนบาทในจีน

ฉลองปีม้าด้วยจิตวิญญาณ Jinba-Ittai ก่อนที่งาน Beijing Auto Show 2026 จะเริ่มขึ้น Mazda ได้เผยโฉมรถเอสยูวีขนาดกลางรุ่นพิเศษ “Year of the Horse” Edition สำหรับรุ่น CX-6e (หรือที่รู้จักกันในชื่อ EZ-60 ในตลาดจีน) การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการต้อนรับปีนักษัตรม้าของจีน ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการสร้างรถของ Mazda อย่าง “Jinba-Ittai” หรือการหลอมรวมผู้ขับขี่และรถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

การออกรุ่นพิเศษนี้ถือเป็นกลยุทธ์ด้านราคาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเปิดราคามาอย่างดึงดูดใจ รุ่นเครื่องยนต์ปั่นไฟ (EREV) ราคา 139,900 หยวน (ราว 7.5 แสนบาท) และรุ่นไฟฟ้า 100% (EV) ราคา 145,900 หยวน (ราว 7.8 แสนบาท)

ดีไซน์ลู่ลม และห้องโดยสารโทนสีใหม่สุดล้ำ ดีไซน์ภายนอกยังคงเน้นความสปอร์ตและหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงเช่นเดิม โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ต่ำเพียง 0.258 เทียบชั้นคู่แข่งอย่าง Xpeng G9 มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วเป็นมาตรฐาน และมีออปชันอัปเกรดเป็นล้อ 21 นิ้ว รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4 SUV

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดอยู่ที่ห้องโดยสาร Mazda ได้นำเสนอธีมสีภายในใหม่ล่าสุด “สีม่วง-ขาว” ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมและล้ำยุค คอนโซลหน้าโดดเด่นด้วยหน้าจออินโฟเทนเมนต์ 5K ขนาดมหึมา 26.45 นิ้ว พาดยาวไปถึงฝั่งผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ยังได้จอ HUD สะท้อนกระจกหน้าขนาด 50 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และสามารถอัปเกรดเป็นขนาด 100 นิ้วได้อีกด้วย

ขุมพลัง EV และ EREV ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน CX-6e ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม EPA ของ Changan โดยมีขุมพลังให้เลือก 2 รูปแบบ:

  • รุ่น EV (ไฟฟ้าล้วน): ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 77.94 kWh ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยมอเตอร์ 190 kW (255 แรงม้า) วิ่งได้ไกล 600 กม. (มาตรฐาน CLTC)

  • รุ่น EREV (เครื่องปั่นไฟ): ใช้แบตเตอรี่ LFP 31.73 kWh ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (ทำหน้าที่ปั่นไฟ) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ 255 แรงม้าเช่นเดียวกัน สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 200 กม.

ปัจจุบัน ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่าง CX-6e และรถซีดาน 6e คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขาย Mazda ทั้งหมดในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการปรับตัวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์