เอ็มจี (MG) เผยผลประกอบการไตรมาสแรกยาวจนถึงเมษายน 2569 ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยยอดจดทะเบียนสะสมรวมกว่า 10,953 คัน ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 76% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์อย่างเหนียวแน่น
ทำไม MG ถึงยังโตสวนกระแส? ปัจจัยหลักที่ทำให้ MG ยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้ คือการวางกลยุทธ์ที่เน้นความคุ้มค่า ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีการขับขี่ ระบบความปลอดภัยที่จัดเต็มในราคาที่เข้าถึงง่าย และที่สำคัญที่สุดคือหมัดเด็ดอย่าง EV LIFETIME WARRANTY หรือการรับประกันแบตเตอรี่และชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานโดยไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจหลักของคนที่อยากเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า

เจาะลึกรุ่นยอดฮิต: MG4 และ S5 EV PLUS นำทัพ จากยอดจดทะเบียนทั้งหมด พบว่าเป็นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ถึง 9,649 คัน โดยมีรุ่นยอดนิยมระดับ “ตัวแบก” ของค่ายดังนี้:
-
NEW MG4 ELECTRIC: ยังคงความแรงต่อเนื่องด้วยยอดจดทะเบียน 4,537 คัน
-
NEW MG S5 EV PLUS: น้องใหม่ที่มาแรงไม่แพ้กัน ทำยอดไปได้ 3,407 คัน
-
กลุ่มพรีเมียม: นำโดย MG IM6 (519 คัน) และรถ e-MPV ไซส์ใหญ่ยอดนิยมอย่าง MAXUS 7 และ MAXUS 9 ที่รวมกันทำยอดไปได้อีก 307 คัน
ก้าวต่อไปของ MG ในปี 2569 นายซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) ระบุว่าเป้าหมายถัดไปคือการเร่งกำลังการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น และเตรียมทยอยส่งมอบรถให้ถึงมือลูกค้าโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันเดินหน้าพัฒนาศูนย์บริการทั้ง 123 แห่งทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของทีมช่างเทคนิคและระบบบริหารจัดการอะไหล่ เพื่อตอกย้ำความมั่นใจหลังการขายในระยะยาว
