วงการยานยนต์โลกต้องจารึกสถิติใหม่อีกครั้ง เมื่อตลาดรถยนต์ในประเทศจีนประจำเดือนเมษายน 2569 แสดงตัวเลขที่น่าตกใจ โดยยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV (ซึ่งรวมถึง EV 100% และ Plug-in Hybrid) มีสัดส่วนทะลุ 61.4% ของยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมื่อเรากางรายชื่อรถยนต์ที่ขายดีที่สุด 10 อันดับแรกในจีนออกมา พบว่ามีรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) เพียงรุ่นเดียวเท่านั้นที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ นั่นคือ Geely Binyue (หรือ Coolray ในตลาดสากล) ที่รั้งอันดับ 8 ส่วนอีก 9 รุ่นที่เหลือนั้นเป็นรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดทั้งหมด
Top 3 รุ่นที่ครองใจชาวจีนในเดือนที่ผ่านมา:
-
Geely Xingyuan (Geely Galaxy EX2): กวาดไปกว่า 34,727 คัน
-
Xiaomi SU7: กระแสยังแรงต่อเนื่องด้วยยอดขาย 26,826 คัน
-
Tesla Model Y: ยังคงเป็นแบรนด์ต่างชาติที่แกร่งที่สุดด้วยยอด 22,990 คัน
การ “หดตัว” ของยอดขายรถสันดาป ขณะที่ฝั่ง NEV กำลังเฉลิมฉลอง แต่ฝั่งรถยนต์น้ำมันกลับต้องเผชิญกับสภาวะที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “Collapse” หรือการพ่มพินาศของยอดขาย โดยในเดือนเมษายนมียอดขายรถน้ำมันเพียง 530,000 คัน ลดลงถึง 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลงกว่า 33% จากเดือนก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เปลี่ยนทิศทางไปยังเทคโนโลยีไฟฟ้าอย่างเต็มตัว
แบรนด์จีนคุมเบ็ดเสร็จทั้งในและต่างประเทศ หากแยกตามประเภทผู้ผลิต จะเห็นภาพชัดเจนว่าแบรนด์ท้องถิ่นของจีนมีสัดส่วนการขายรถ NEV สูงถึง 80.1% นำโดยยักษ์ใหญ่อย่าง BYD (182,025 คัน) และ Geely (95,585 คัน)
ไม่เพียงแต่ยอดขายในประเทศเท่านั้น การส่งออกของจีนก็เปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าแล้วเช่นกัน โดยยอดส่งออกรถยนต์ NEV ในเดือนนี้คิดเป็น 52.7% ของการส่งออกทั้งหมด นำโดย BYD และ Chery ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ยอดส่งออกรถไฟฟ้าแซงหน้ารถน้ำมันอย่างเป็นทางการ
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า “อนาคต” ที่เราเคยพูดถึงกันเมื่อหลายปีก่อน ได้กลายเป็น “ปัจจุบัน” ของตลาดจีนไปเรียบร้อยแล้ว และอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกให้ต้องเร่งปรับตัวให้ทันก่อนที่จะสายเกินไป
