การอัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อทวงคืนตลาดพรีเมียม BYD เตรียมกระตุ้นตลาดเอสยูวีหรูอีกครั้งด้วยการประกาศเปิดตัว Denza N9 Flash Charge Edition อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 โดยขณะนี้ได้เปิดรับจองล่วงหน้าแล้วในราคา 450,000 ถึง 500,000 หยวน (ประมาณ 2.2 – 2.5 ล้านบาท) การปรับโฉมครั้งนี้มาพร้อมการอัปเกรดเทคโนโลยีขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการนำแบตเตอรี่ Blade เจเนอเรชันที่ 2 มาใช้ เทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูง (Flash charging) และห้องโดยสารอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ขุมพลังมอเตอร์ 3 ตัว และระยะทาง EV 420 กม. ระบบขับเคลื่อนของรุ่น Flash Charge Edition เป็นแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร (204 แรงม้า) และมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว แบ่งเป็นมอเตอร์หน้า 200 kW (268 แรงม้า) และมอเตอร์หลังแบบแยกอิสระซ้าย-ขวาฝั่งละ 240 kW (322 แรงม้า)
ตัวรถติดตั้งแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 75.264 kWh ทำให้เอสยูวีไซส์ยักษ์คันนี้สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 420 กม. (มาตรฐาน CLTC) นอกจากนี้ยังเสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยี e3 (Yisifang) และระบบช่วงล่างถุงลมแปรผัน DiSus-A
ดีไซน์หรูหรา และห้องโดยสารอัจฉริยะ มิติตัวถังยังคงความใหญ่โตด้วยความยาว 5,258 มม. และฐานล้อ 3,125 มม. ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์กระจังหน้าแบบปิดทึบและชุดไฟหน้า LED แบบสองชั้น เสริมความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยฟอร์จสีเงินเงาขนาด 22 นิ้ว
ภายในห้องโดยสารเน้นความประณีตขั้นสุด ด้วยการใช้วัสดุลายไม้แท้ ปุ่มกดโลหะ เพดานบุด้วยวัสดุคล้ายหนังกลับ (Suede) และเบาะนั่งเดินตะเข็บลายข้าวหลามตัดแบบใหม่ ด้านเทคโนโลยีจัดเต็มด้วยห้องโดยสารอัจฉริยะ AI มีจุดยึดอุปกรณ์เสริมแบบแม่เหล็กทั่วห้องโดยสาร และทำงานร่วมกับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง “God’s Eye 5.0”
ทิศทางการตลาดและความท้าทาย การเปิดตัวรุ่นอัปเกรดนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญของแบรนด์ หลังจากที่ยอดขายของ Denza N9 ในจีนเคยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 5,018 คันในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ก่อนจะค่อยๆ หดตัวลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือยอดขายไม่ถึง 1,000 คันต่อเดือนในช่วงต้นปี 2026 ทาง BYD จึงหวังว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่และระยะทางวิ่งไฟฟ้าที่ไกลขึ้น จะช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคและกอบกู้ยอดขายกลับมาได้อีกครั้ง

