TANK แบรนด์ที่อยู่ภายใต้สังกัดของทาง GWM ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ TANK 400 รุ่นปรับโฉมใหม่ในตลาดประเทศจีน โดยสายลุยตัวใหม่นี้จะได้รับการอัปเกรดใหม่ ที่ครอบคลุมทั้งภายนอกตัวรถ และภายในห้องโดยสาร


พร้อมทั้งยังได้รับการติตตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ด้านขุมพลังขับเคลื่อนมีให้เลือกหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่แตกต่างกัน ท้ังรูปแบบเครื่องยนต์สันดาปล้วน (ICE) / Mild Hybrid และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่มีทั้งแบบ Hi4-T และ Hi4-Z โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 เกรด เปิดราคาจำหน่ายไว้ดังนี้

- TANK 400 Base model Mild Hybrid ราคา 249,800 หยวน (ประมาณ 1.13 ล้านบาท)
- TANK 400 Base model ICE ดีเซล 2.4T ราคา 264,800 หยวน (ประมาณ 1.2 ล้านบาท)
- TANK 400 Hi4-T Standard 2.0T + มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว ราคา 285,800 หยวน (ประมาณ 1.3 ล้านบาท)
- TANK 400 Hi4-T Intelligent 2.0T + มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว ราคา 299,800 หยวน (ประมาณ 1.36 ล้าน)
- TANK 400 Hi4-Z Intelligen 2.0T + มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ราคา 319,800 หยวน (ประมาณ 1.45 ล้านบาท)



สำหรับ TANK 400 ใหม่ ที่มาพร้อมกับงานดีไซน์หน้าตาใหม่ แตยังคงสไตล์ออฟโรดที่ดูดุดัน ตัวกระจังหน้ายังคงมาในทรงหกเหลี่ยมปรับให้มีขนาดใหญ่ขั้น โดยุถูกคาดด้วยแถบโครเมียม 2 เแถบ พร้อมติดตราสัญลักษณ์โลโก้รูปตัว T ไว้ตรงกลาง ขนาบข้างทั้ง 2 ฝั่งด้วยชุดไฟหน้า LED ที่มาพร้อมไฟ DLRs ที่อยู่ในโคมเดียวกัน โดยมาในทรงหลายเหลี่ยม มีงานดีไซน์คล้ายดวงตาหุ่นยนต์

นอกจากนั้นยังมากับกันชนดีไซน์ใหม่ที่ปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยในส่วนมุมทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ด้านในจะออกแบบให้เป็นตะแกรงสีดำ



อีกทั้งยังดีไซน์ตัวกันชนหน้าให้ต่อเชื่อมเป็นชุดเดียวกันกับตัวบังโคลน ขณะที่ตัวซุ้มล้อทั้ง 4 มาในแบบโป่งแบบหมุดเย็บ สอดรับเข้าชุดกับล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ที่มากับลวยลายที่เน้นความสมบุกสมบันตามสไตล์รถออฟโรดสายพันธุ์แท้ พร้อมติดตั้งบันไดข้างสีดำ และราวแล็คหลังคาสีดำ


สำหรับด้านท้ายยังคงมียางอะไหล่ติดอยู่ด้านนอก แต่ไม่มีฝาครอบยางแล้ว ตำแหน่งของโลโก้ถูกปรับใหม่ โดยโลโก้ GWM TANK จะอยู่ด้านบน ส่วน TANK 400 และ Hi4-T / Hi4-Z จะอยู่ด้านล่าง


ในด้านขนาดมิติตัวรถของ GWM TANK 400 ใหม่ จะมีความยาว 4,964 มม. กว้าง 1,970 มม. และสูง 1,905 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,850 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า TANK 400 ใหม่จะสั้นลง 21 มม. แต่กว้างขึ้น 10 มม. และสูงขึ้น 5 มม.

ภายในห้องโดยสารของ TANK 400 ใหม่ ยังคงมาในรูปแบบเดิมที่เน้นความหรูหรา ซึ่งจะดูแตกต่าง และขัดแย้งกับจากรูปลักษณ์ภายนอก โดยจะมีการตกแต่งด้วยวัดสุโครเมียมตามจุดต่าง ๆ



ตัวเบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa แบบเจาะรู เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบทำความร้อน และระบายอากาศด้านหน้า รวมถึงระบบนวด 3 ระดับ 8 จุดสำหรับผู้ขับขี่





ในส่วนแผงแดชบอร์ดิดตั้งหน้าปัดแบบ Full LCD ขนาด 12.3 นิ้ว มาพร้อมหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาดใหญ่ขนาด 15.6 นิ้ว ที่ปรับลดไซซ์ลง (จากเดิม 16.2 นิ้ว) นอกจากนั้นยังได้ปรับปรุงความคมชัดมาพร้อมความละเอียด 2.5K รวมทั้งยังอัปเกรดซอฟต์แวร์ให้ดีขึ้น (ระบบปฏิบัติการ Coffee OS เจเนอเรชั่นที่สามของ GWM และการโต้ตอบด้วยเสียง Coffee GPT)


อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งจอแสดงผล HUD, กระจกมองหลังแบบดิจิทัล และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ที่มาพร้อมชุดคันเกียร์แบบก้านที่อยู่ด้านหลังคอพวงมาลัย


คอนโซลกลางออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่เชื่อมต่อติดกับแผงคอนโซลหน้า โดยจะมีแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายให้ 2 ขุด ช่องวางแก้ว 2 ช่องขนาดใหญ่, สวิทช์ปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ ส่วนช่องพอร์ต USB จะอยู่ที่ช่องเก็บของระหว่างเบาะคู่หน้า ด้านช่องแอร์ดีไซน์ให้เป็นทรงกลมคล้ายไอพ่นเครื่องบินเหมือนกับในตัว TANK 300 รวมทั้งยังมีช่องแอร์สำหรับที่นั่งด้านหลัง


นอกจากนั้นยังได้รับหน้าจอความบันเทิงขนาด 15.6 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มาพร้อมตู้เย็นในตัวขนาด 5.4 ลิตร (ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6 ถึง +50 องศาเซลเซียส) ม่านบังแดดด้านหลังแบบปรับด้วยมือ และระบบเสียงที่มากับลำโพง 14 ตำแหน่ง ปิดท้ายความหรูหราตามแบบฉบับรถจากเมืองจีนด้วยหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ



ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ TANK 400 ใหม่ จะมีการติดตั้ง LiDAR เพิ่มมาที่บนหลังคาหลังคาด้านหน้า พร้อมกล้องด้านข้าง และด้านหลัง เพื่อรองรับระบบ Coffee Pilot Ultra โดยระบบนี้จะมาพร้อมฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ระบบนำทางในเมืองและทางหลวงแบบออโตไพลอต (NOA) ไฟแสดงสถานะสีน้ำเงินในไฟท้ายจะส่งสัญญาณเมื่อระบบทำงาน


ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนของ GWM TANK 400 จะมีให้เลือกหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่แตกต่างกัน

- ขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปล้วน (ICE) ที่จะมากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 T ให้กำลัง 137 kW / 184 แรงม้า แรงบิด 490 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด

- ขุมพลัง Mild Hybrid ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 T ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 48V ให้กำลังสูงสุด 185 kW / 248 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร ส่งกำลีังด้ววยชุดเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด

- ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) Hi4-T ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ 2.0T ให้กำลัง 185 / 248 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้า 130 kW / 174 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 37.1 kWh ให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนไกลสุด 105 กม. (ตามมาตรฐาน WLTC) รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 103 kW


- ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) Hi4-Z ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ 2.0T ให้กำลัง 185 / 248 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู๋ให้กำลัง 215 kW / 288 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หลังให้กำลัง 240 kW / 322 แรงม้า มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาดความจุ 59.05 kWh ให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนไกลสุด 200 กม. (ตามมาตรฐาน WLTC) รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 163 kW




สำหรับ GWM TANK 400 ใหม่ที่เปิดตัวในตลาดเมืองจีนจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีม่วง Dunhuang Purple (สีใหม่), สีเทา Nebula Gray, สีดำ Phantom Night Black และสีบรอนซ์เงิน Winged Silver
