หลังจากที่ All-new Nissan LEAF เจนเนอเรชันที่ 3 ที่มาในรูปแบบครอสโอเวอร์คูเป้ท้ายลาด ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เปิดตัวในตลาดยุโรป และอเมริกาเมื่อกลางปี 2055 ที่ผ่านมา

ล่าสุด Nissan LEAF ได้เดินทางกลับมาสู่ประเทศแม่ในญี่ปุ่นแล้ว โดยทางนิสสันประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศเปิดตัวทำตลาด Nissan LEAF เจนฯ ที่ 3 อย่างเป็นทางการ โดยจะจำหน่ายเฉพาะรุ่น B7 แบ่งเป็น 2 เกรดคือ X และ G นอกจากนั้นยังมีรุ่น ตกแต่งพิเศษ Autech อีกหนึ่งรุ่น โดยเปิดราคาจำหน่ายไง้ระหว่าง 5,188,700 – 6,513,100 เยน คอดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.1- 1.39 ล้านบาท

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ Nissan LEAF สเปคที่เปิเขายในญี่ปุ่นนั้น ยังคงยึดดีไซน์ และเทคโนโลยี แบเดียวที่กับเปิดเตัวในยุโรป และอเมริกาเหนือ แต่จะมีการพิ่มรายละเอียดบางส่วนเล็กน้อย เฉพาะตลาดญี่ปุ่น รวมถึงจะมีรุ่นตกแต่งสปอร์ตพิเศษส Autech ตามแบบฉบับของ Nissan ในแดนปลาดิบ

สำหรับ All-new Nissan LEAF ใหม่ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐาน CMF-EV หรือ AmpR Medium ในด้านงานออกแบบดีไซน์ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Timeless Japanese Futurism” ซึ่งเป็นการนำเสนอเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นร่วมสมัยผ่านเส้นสายเรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยมากับลวดลายเรขาคณิตที่เรียกว่า “ni-san”

Nissan LEAF เจนเนอเรชันใหม่จะได้รับการออกแบบให้ดูล้ำสมัย และเหนือกาลเวลา ผสมผสานกับสุนทรียศาสตร์อันโดดเด่นของญี่ปุ่น ตั้งแต่รูปทรงที่เพรียวบางคล้ายรถแบบฟาสต์แบ็คไปจนถึงด้านหน้าที่เรียบลื่น โดย Nissan LEAF ใหม่ ได้รับการปรับให้เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์

ด้านหน้ามาในแบบปิดทึบ โดดเด่นด้วยชุดไฟ DRL LED แบบ V-motion ที่ออกแบบใหม่ เชื่อมต่อไฟหน้าทั้ง 2 ฝั่งด้วยไฟ Lightbar ขณะที่ชายด้านล่างของตัวกันชนหน้าจะออกแบบด้วยชิ้นงานสีดำ มาพร้อมช่องรับ

เส้ยสานด้านข้างมากับเส้นที่ดูคมชัด โดยทางผู้ผลิตเผยว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ดาบ KATANA อีกทั้งยังออกแบบสอดรับกับระบบแอร์โรไดนามิค ไม่ว่าจะเป็นมือเปิดประตูที่มาในแบบซ่อนราบไปกับตัวรถ, ชุดล้ออัลลอยที่ออกแบบให้ลดแรงต้านอากาศ โดยมีขนาด 18 และ 19 นิ้ว ( ในรุ่น Autech)

นอกจากนั้นยังออกแบบตัวรถให้มาในสไตล์ทูโทน โดยตั้งแต่เสาของตัวรถขึ้นไปบนหลังคาจะเป็นเฉดสีดำทั้งหมด พร้อมความสปอร์ตด้วยเสาอากสแบบครีบฉลาม

ขณะที่ด้านท้ายของตัวรถจะมาในแบบลาดเทตามแบบฉบับรถฟาสต์แบ็คท้ายลาด มาพร้อมชุดไฟท้ายแบบ 3D Hologram
โดยทางผู้ผลิตเผยว่า All-new Nissan LEAF เจนฯ ใหม่นี้จะมีมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ อยู่ที่ เพียง 0.25 Cd เท่านั้น

ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาว 4,360 มม. (สั้นกว่ารุ่นที่มีขายในสหรัฐอเมริกา 44 มม.) กว้าง 1,810 มม. สูง 1,550 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,690 มม. โดยมีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,794 – 1,982 กก.


ภายในห้องโดยสารของ LEAF เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ยังคงรองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง ในส่วนแผงคอนโซลหน้าจะมากับหน้าจอ Dual Screen ที่ประกอบไปด้วยหน้าจอมาตราวัด และหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 12.3 นิ้ว (ในรุ่นเริ่มต้น) แต่ไม่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 14.3 นิ้วให้เลือกแบบในตลาดอื่นๆ




แต่อย่างไรก็ตามทาง Nissan ในญี่ปุ่น จะได้ชดเชย ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาแทนที่่ อาทิเช่น หลังคากระจกพาโนรามาที่ปรับความทึบแสงได้, ระบบเสียง Bose Plus 10 ลำโพง และเทคโนโลยี V2H (Vehicle to Home) ที่สามารถจ่ายไฟกลับไปยังบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ ได้


ขณะที่ในส่วนของในคอนโซลกลางนั้นยังคงเหมือนกับเวอรืชันยุโรป และอเมริกา ออกแบบให้สั้น โดยจะมีเพียงช่องวางแก้วน้ำที่ถูกออกแบบให้อยู่ด้านล่าง โดยชั้นด้านบนจะเป็นในส่วนของที่ชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย


ขณะที่ในรุ่นแต่งพิเศษ Leaf Autech นั้นจะมาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษรอบคัน ที่ช่วยยกระดับความสปอรืตให้มากขึ้น เริ่มจากตัวกันชนหน้า จะมากับสเกิร์ตหน้สาที่ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมตามแบบฉบับ Autech



ขอบกระจกมองข้าง และสเกิร์ตข้างสีเงินเงา เติมความดุดันด้วยกระจังหน้าสีดำ มาพร้อมชุดไฟ DRL สีฟ้า เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วที่ออกแบบเฉพาะรุ่น และติดตรา Autech รอบคัน


โดยในเฉดสีตัวถังของ LEAF Autech เวอร์ชันที่ขายในแดนปลาดิบ จะมากับตังถังสีน้ำเงิน Deep Ocean Blue หลังคาสีดำ Super Black หรือมีสี Prism White และ Midnight Black ให้เลือก



ส่วนด้านภายในห้องโดยสารของรุ่น Autech จะมาในธีมสีเข้ม ตกแต่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสีดำ พร้อมเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้า อีกทั้งที่ตัวเบาะนั่งจะถูกลายปักโลโก้ Autech มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยเฉพาะรุ่น นิกจากนั้นยังได้รับพรมปูพื้นแบบสั่งทำพิเศษ รวมทั้งถึงแม้จะไม่มีจอคู่ขนาดใหญ่แบบตลาดโลก แต่ยังคงให้ฟีเจอร์ครบ เช่น เบาะหลังพร้อมระบบอุ่น

ในด้านระบบความปลอดภัยของ All-new Nissan Leaf เจนฯ ที่ 3 จะมากับระบบ ADAS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ProPILOT รวมทั้งยังได้รับระบบกล้องรอบคัน 3D Intelligent Around View Monitor มาพร้อมระบบชะลอความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Distance Control, ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า และระบบแผนที่พร้อมแสดงสถานีชาร์จตามเส้นทางแบบเรียลไทม์ เป็นต้น


สำหรับพละกำลังขับเคลื่อนของ Nissan LEAF 2026 สเปกญี่ปุ่นจะจำหน่ายเฉพาะรุ่น B7 แบ่งเป็น 2 เกรดคือ X และ G โดยจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยวที่วางอยู่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 160 kW / 218 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 355 นิวตันเมตร จับคู่กับุดแบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุ 78 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 702 กม. (ตามมาตรฐาน WLTC)
ท้ังนี้ทาง Nissan ในญี่ปุ่นยังมีแผนที่เปิดตัวรุ่นเริ่มต้น B5 ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่า และกำลังน้อยกว่าในอนาคจอันใกล้นี้ พร้อมเวอร์ชัน Autech B5 สำหรับผู้ที่ต้องการรูปลักษณ์สปอร์ต โดยไม่จำเป็นต้องเลือกรุ่นท็อป

ราคาจำหน่าย Nissan LEAF เจนฯ ที่ 3 ในตลาดญี่ปุ่น
- Nissan LEAF รุ่น B7 X ราคา 5,188,700 เยน (ประมาณ 1.1 ล้านบาท)
- Nissan LEAF รุ่น B7 G ราคา 5,999,400 เยน (ประมาณ 1.28 ล้านบาท)
- Nissan LEAF รุ่น Autech ราคา 6,513,100 เยน (ประมาณ 1.39 ล้านบาท)
โดยทางนิสสันในญี่ปุ่นจะเริ่มส่งมอบตังรถไดในช่วงต้นปี 2026 ที่จะถึงนี้
