หลังจากที่ทาง Radar ได้เผยโฉมรถกระบะขุมพบลังปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ ที่ภายในงาน Shanghai Auto Show 2024

ล่าสุดทาง Radar หรืออีกชื่อคือ Riddara แบรนด์รถกระบะไฟฟ้าของทาง Geely ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่ายออกมาแล้ว โดยกระบะ PHEV รุ่นดังกล่าวจะมาในชื่อตลาดว่า Radar King Kong EM-P โดยมากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบมอเตอร์คู่ ให้กำลัง 260 kW /349 แรงม้า และเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร โดยทางผู้ผลิตเคลมว่าจะวิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 1,068 กม. เมื่อชาร์จไฟเต็ม และมีน้ำมันเต็มถัง อีกทั้งยังรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 1,000 กก. เปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นไว้ที่ 139,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6.38 แสนบาท โดยรุ่นนี้นอกจะมีวางขายในจีนแล้วทางบริษัทยังเตรียมที่จะส่งไปวางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศด้วยโดยจะใช้ชื่อว่า Riddara RD6 EM-P คาดจะเป็นรถรุ่นใหม่อีกรุ่นที่จะมาทำตลาดในไทยเร็ว ๆ นี้


ในด้านงานออกแบบของภายนอกของ Radar King Kong EM-P จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับรถรุ่น BEV ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

โดยมีไฟหน้าทรงเหลี่ยมพร้อมขอบตกแต่งแบบมันเงา ด้านในไฟ DRL LED จะมาในแบบแนวตั้ง 2 เส้นวางขนาบชุดไฟส่องสว่างที่อยู่ตรงกลาง ส่วนตัวกระจังหน้าจะในเวอร์ชันที่วางขายในจีนยังคงถูกติดชื่อแบรนด์ R A D A R ไว้ตรงกลางระหว่างไฟหน้าทั้งสองข้าง

นอกจากยังมากับกันชนหน้าแบบเรียบง่ายพร้อมช่องรับอากาศสองช่องที่ด้านข้าง และช่องรับอากาศทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลาง

ในด้านขนาดมิติตัวถังของ Radar King Kong EM-P ในขนาดตัวถังรุ่นฐานล้อปกติจะมีขนาดความยาว 5,260 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,865 มม. และมีฐานล้ออยู่ที่ 3,120 มม. ส่วนในรุ่นตัวถังรุ่นฐานล้อยาวนั้นจะปรับขนาดความยาวของตัวรถเพิ่มขึ้นเป็น 5,500 มม. รวมทั้งระยะฐานล้อจะยาวถึง 3,310 มม.

ส่วนรายละเอียดภายในห้องโดยสารนั้นยังคงเดิมไม่มีการปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด ยังคงเน้นความเรียบหรู แผงคอนโซลหน้าหุ้มด้วยหนังสีดำ พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุชิ้นงานที่เป็นโครเมี่ยม มาพร้อมช่องแอร์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งของที่เป็นโครเมียมชิ้นยาว


แผงแดชบอร์ดมากับหน้าจออินโฟรเมนต์แบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบลอยตัว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple carplay มาพร้อมระบบ Carbit link ส่วนหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่เป็นแบบ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังสีดำ


Radar King Kong EM-P ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ MAP ซึ่งได้มาจากแพลตฟอร์ม SEA โดยโครงสร้างตัวถังของ King Kong EM-P จะถูกสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงถึง 70% มีค่าความแข็งแรงต่อการบิดตัวสูงถึง 30,300 นิวตันเมตร โดยจะสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดอยู่ที่ 1,000 กก.



ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะมากับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตรที่มีประสิทธิภาพความร้อน 44.26% จับคู่กับเกียร์ 3DHT มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้กำลังสูงสุดที่ 260 kW / 349 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดที่มากถึง 914 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 6.3 วินาที เมื่อรับน้ำหนักเต็มที่ King Kong EM-P จะทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม ในเวลา 8.6 วินาที


มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีระยะเวลาตอบสนอง 20 มิลลิวินาที โดย Radar King Kong EM-P จะมีโหมดขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ด้วยกันได้แก่ Snow, Mud, Off-Road และ Sand

นอกจากนี้ยังสามารถขับแบบขึ้นทางชันได้ถึง 45 องศา แบบไม่ของบรรทุก แต่เมื่อมีของบรรทุกอยู่ด้านหลังแบบเต็มพิกัดจะขับขึ้นทางชันได้ 33 องศา มาพร้อมรัศมีวงเลี้ยวอยุ่ที่ 6.1 เมตร


Radar King Kong EM-P จะมากับถังน้ำมันขนาด 60 ลิตน มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ LFP ขนาด 19.09 kWh ที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนจะได้ระยะทางไกลถึง 100 กม. (CLTC) โดยเมื่อแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็ม และเติมน้ำมันเต็มถังจะวิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 1 ,068 กม. โดยกระบะ PHEV ตัวนี้จะรองรับฟังก์ชัน V2L ด้วยกำลัง 3.3 kW นอกจากนี้ยังสามารถทำหน้าที่เป็นสถานีชาร์จแบบพกพาโดยจ่ายไฟได้สูงถึง 21 kW ในโหมด V2V

ในด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของ Radar King Kong EM-P ทางผู้ผลิตเคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ 1.5 ลิตรต่อ 100 กม. ส่วนเมื่อแบตเตอรี่หมดไฟจะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ 6.4 ลิตรต่อ 100 กม.


Radar King Kong EM-P ที่เปิดวางขายในตลาดเมืองจีนจะมีให้เลือก 3 รุ่นย่อยโดยมีราคาจำหน่ายดังนี้
- Radar King Kong EM-P 1000 กม.Standard Bed ราคา 139,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6.37 แสนบาท
- Radar King Kong EM-P All-Round Long Bed ราคา 149,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6.83 แสนบาท
- Radar King Kong EM-P Intelligent Long Bed ราคา 159,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 7.28 แสนบาท





โดยนอกจากจะเปิดขานยในจีนแล้วยังเตรียมส่งออกไปวางจำหน่านในตลาดต่างประเทศด้วย ซึ่งก็คาดว่าจะรวมถึงในไทย โดยจะใช้ชื่อว่า Riddara RD6 EM-P

ส่วนจะเข้ามาในไทยเมื่อไหร่อย่างไร และจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่ หากมีความคืบหน้าออกมา ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
