ในที่สุดทาง Geely Group ก็ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ SMART #5 ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมออกมาแล้วในตลาดเมืองจีน โดยจะมีทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว และมอเตอร์ไฟฟ้า แบ่งเป็นทั้งหมด 4 รุ่นย่อย
- Long Range Adventure Standard Edition RWD 570 กม.
- Long Range Adventure Deluxe Edition RWD 570 กม.
- Ultra-long Range Deluxe Edition RWD 740 กม.ที่ มาพร้อมแพลตฟอร์ม 800 V
- Jungle Realm Limited Edition AWD 580 กม. ที่มาพร้อมแพลตฟอร์ม 800 V

เคาะราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 239,900 – 368,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทย 1.13 – 1.74 ล้านบาท


สำหรับ SMART #5 จะเป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลาง แต่จะเป็นรถรุ่นใหญ่ที่สุดของทางแบรนด์ที่เปิดวางจำหน่ายในปัจจุบัน โดยถูกพัฒนาร่วมกันระหว่างทาง Geely และทาง Mercedes-Benz ในด้านงานออกแบบยึดตามปรัชญาการออกแบบ “Sensual and Sharp” ของ Mercedes-Benz

โดยในงานออกแบบดีไซน์จะมากับความทันสมัย ในทุกมุมมอง โดยมีการถอดดีเทลรายละเอียดบางส่วนมาจากตัวต้นแบบ SMART #5 Concept ไม่ว่าจะเป็นชุดไฟหน้า และไฟท้ายโดยทาง SMART เรียกแถบไฟลักษณะนี้ว่า “แคปซูลเวลา”

ชุดไฟหน้าจะเป็นแถบเส้นไฟ LED ที่วางแบบ 2 ชั้น โดยมีเส้นไฟ LED บาง ๆ วางเชื่อมต่อไฟหน้าทั้งสองฝั่ง มาพร้อมช่องรับลมขนาดเล็กที่ตัวกันชนหน้า และช่องดักอากาศเทียมที่ด้านข้าง



ด้านตัวถังออกแบบให้ดูราบเรียบ พร้อมกับมือจับประตูแบบฝังเรียบไปกับตัวรถ ส่วนล้อมาในสไตล์ AERO Wheel ที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เติมกิมมิคเล็ก ๆ ที่เสา D ด้วยโลโก้แบรนด์ SMART แบบเรืองแสง


นอกจากนี้ทาง SMART ยังเอาใจลูกค้าที่ชอบรถในแบบสไตล์สายลุย โดยจะมีรุ่นพิเศษ Jungle Realm Limited Edition เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก โดยในรุ่นดังกล่าวนี้จะมากับชุดแต่งเสริมรอบคัน เริ่มจากแถบไฟ LED ที่วางอยู่บนหลังคาด้านหน้า



แล็คหลังคาที่พ่นสีเป็นรูปตัว X ที่ รองรับน้ำหนักได้มาถึง 240 กก. มาพร้อมกับบันไดสำหรับปีกขึ้นไปด้านบนที่ติดตั้งอยู่ฝังด้านขวาท้ายรถ


ส่วนด้านฝั่งซ้ายจะเป็นกล่องเก็บของอเนกประสงค์ทรงสี่เหลี่ยม นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งกาบบันไดข้าง, แผ่นกันกระแทกกันใต้ท้องรถ และตะขอพ่วงแบบไฟฟ้า และตัวรถยังรองรับในความสามารถการลากจูงที่มากถึง 1,600 กก.

นอกจากนั้นในส่วนของห้องเก็บสัมภาระยังติดตั้งปลั๊กไฟขนาด 220 V เพื่อรองรับฟังก์ชัน V2L ที่ปล่อยกระแสไฟไปยังชุดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก


ในด้านขนาดมิติตัวรถ SMART #5 จะมีความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,705 มม. กว้าง 1,920 มม. สูง 1,705 (1830) มม. และมีระยะฐานล้อ 2,900 มม. และมีระยะห่างจากพื้นอยู่ 156 มม. สำหรับรุ่นมาตรฐาน ขณะที่ในรุ่น Jungle Realm Limited Edition จะมีความสูงจากพื้นอยู่ที่ ถึง 231 มม.



ภายในห้องโดยสารจะมากับความหรูหรา ล้ำสมัย โดยจะถูกตกแต่งหนังระดับพรีเมียม และไม้โอ๊ค เบาะนั่งคู่หน้าจะมาในแบบ Zero-Gravity โดยสามารถปรับเอนได้สูงสุดถึง 121 องศา


มาพร้อมไฟ Ambient Light และระบบเสียงของทาง Sennheiser พร้อมลำโพง 20 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีลำโพงพกพาแบบถอดได้

นอกจากนี้ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมากับหน้าจอที่วางเต็มพื้นที่ส่วนหน้า เริ่มจากแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.3 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสามก้าน

มาพร้อมหน้าคู่ AMOLED Ultra-Clear 2.5K ขนาดใหญ่ที่มาในรูปทรงรี ที่จะแบ่งเป็นหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 13 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 13 นิ้ว เข้าไว้เป็นจอเดียวกัน ขับเคลื่อนด้วยชิป AMD V2000




มาพร้อมระบบปฏิบัติ Smart OS 2.0 ที่มากับระบบตอบโต้แบบ AI โดยทางผู้ผลิตจะเรียกผู้ช่วยที่ตอบโต้ด้วยเสียงว่า “Leo” นอกจากนั้นยังได้รับหน้าจอแสดงผลแบบ HUD เสมือนจริงขนาด 25.6 นิ้ว


ส่วนเบาะที่นั่งแถวหลังมาพร้อมเบาะนั่งปรับอุณหภูมิได้พร้อมพนักพิงที่ปรับได้ นอกจากนี้ยังมีกระจกบังแดดแบบไฟฟ้า รวมถึงไฟอ่านหนังสือแบบ LED ที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในชั้น First Class




เบาะที่นั่งสามารถพับลงให้ราบเรียบจนกลายเป็นที่นอนขนาดคิงไซส์ หรือควีนไซส์ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีช่องเก็บของ 34 ช่องรอบห้องโดยสาร อีกทั้งยังมีช่องเก็บของด้านหน้ารถเมื่อเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้นโดยมีความจุอยู่ที่ 72 ลิตร



รวมถึงมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีความจุ 630 ลิตร และขนาดขนาดใหญ่ได้มากถึง 1,530 ลิตร มเมื่อพับเบาะด้านหลังลง และมีช่องเก็บของที่ซ่อนอยู่ใต้ห้องเก็บสัมภาระที่มีความจุ 110 ลิตร





ในด้านความปลอดภัย Smart #5 มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Pilot Assist 3.0 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปขับขี่อัตโนมัติ Nvidia Drive OrinX จำนวน 2 ตัว


ซึ่งรองรับความสามารถมาตรฐาน 23 รายการ อาทิระบบช่วยการจราจรติดขัด, ระบบตรวจจับจุดบอด, ระบบป้องกันการชนด้านหน้า/ด้านหลัง, ระบบช่วยเปลี่ยนเลน และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีถุงลมนิรภัย 8 ใบทั่วทั้งรถ ได้แก่ ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ใบ ถุงลมนิรภัยด้านข้างด้านหน้า 2 ใบ ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ใบ ถุงลมนิรภัยด้านข้างด้านข้าง 1 ใบ และถุงลมนิรภัยเบาะนั่งแบบไร้แรงโน้มถ่วงที่เป็นตัวเลือกเสริม

Smart #5 สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม SEA ของทางจิลี่ มาพร้อมสถาปัตกรรม 800V มีทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยว และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่


โดยรุ่นมอเตอร์เดี่ยวจะมีความแรง 2 ระดับ ได้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 250 kW (335 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาดความจุ 76 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 570 กม.

และรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 267 kW (358 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียม Ternary ขนาดความจุ 100 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางวิ่งไกล 740 กม. ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 6.5 วินาที พร้อมรองรับการชาร์จไฟ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 15 นาที เท่านั้น




ส่วนในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าให้กำลัง 165 kW (221 แรงม้า) แรงบิด 270 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าคุ่หลัง ให้กำลัง 310 kW (416 แรงม้า) มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมสูงสุด 432 kW (579 แรงม้า) มาพร้อมอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบสามเฟสขนาด 100 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 580 กม. (CLTC) รองรับโหมดการขับขี่มาตรฐาน 3 โหมด ได้แก่ Energy Saving, Comfort, Sports


SMART #5 จะมีด้านเฉดสีรถให้เลือก 8 สี ได้แก่ สีเบจ Saturn Beige, สีเขียว Terra Green, สีแดง Pulsar Ruby, สีดำ Meta Black, สีขาว Grain White, สีเงิน Cyber Silver, สีแดง Laser Red และสีน้ำตาล Future Brown ขณะที่สีภายในห้องโดยสารจะมีใ้เลือก 6 สี

สำหรับ SMART #5 นอกจากจะมีวางจำหน่ายในจีนแล้ว ยังเตรียมส่งไปวางขายที่ยุโรปอีกด้วย ส่วนในบ้านเรานั้นยังไม่มีข่าวว่าทาง Geely จะนำแบรนด์ SMART เข้ามาจำหน่ายในช่วงนี้
