หลังจากที่ทางแบรนด์ GEELY ได้แนะนำแบรนด์ พร้อมเปิดตัว GEELY EX5 SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 495 กม. ล่าสุดที่ข่าวว่าทางจิลี่ เตรียมที่จะเปิดตัว GEELY STAR WISH ซึ่งจะเป็นรถโมเดลลำดับที่ 2 ของทางแบรนด์ GEELY ช ในตลาเมืองไทย ที่ในงาน Motor Show 2025

สำหรับ GEELY STAR WISH หรือชื่อในเมืองจีนจะใช้ว่า GEELY Geome Xingyuan เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกระทัดรัด ในสไตล์ซิตี้คาร์ ที่มีติตัวรถไม่เล็ก และไม่ใหญ่เกินไป โดยมีความยาวตัวถังอยู่ที่ 4.1 เมตร โดยว่ากันว่าจะมาเป็นคู่ต่อกรตัวใหม่ของทาง BYD Dolphin






ในด้านงานอออกแบบดีไซน์ สำหรับ จะมากับความสดใส น่ารัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเฉดสีตัวถังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของไอศกรีม ซึ่งจะมีให้เลือกมากถึง 7 สี ได้แก่สีวานิลลาเบจ Vanilla Beige, สีเขียว Basil Green, สีแดง Berry Powder, สีขาว Milk White, สีบรอนซ์ Mousse Silver, สีเทา Truffle Gray และสีฟ้า Sea Salt Blue



ตัวรถจะมีความกลมมนในเกือบทุกสัดส่วน ด้านหน้าจะออกแบบให้มีความลาดเท มาพร้อมกระจังหน้าแบบปิด ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ ขณะที่ชุดไฟหน้า และไฟท้ายจะมาในทรงสามเหลี่ยมเรียวเล็ก ชายล่างจะมีช่องรับลมขนาดเล็ก และมีช่องรับลมเทียมที่อยู่ด้านข้าง


เส้นสายด้านข้างตัวถังจะราบเรียบเพื่อให้ตัวรถนั้นมีความลู่ลม และลดแรงต้านอากาศ มือเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน ด้านล้อจะมาในแบบ Aero Wheel ที่มาในลาย Clover-Style ลวดลายเป็นรูปกากบาทที่มีขนาด 16 นิ้ว


ส่วนด้านท้ายจะมากับชุดไฟท้ายที่โค้งมนแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา พร้อมตกแต่งขอบชายล้างรอบคันด้วยพลาสติกสีดำ


ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาวอยู่ที่ 4,135 มม. ความกว้าง 1,805 มม. ความสูง 1570 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม. ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับคู่แข่งอย่าง Dolphin ของทาง BYD จะมีระยะฐานล้อ และมิติที่ยาว และกว้างกว่าเล็กน้อย นอกจากนั้นยังมีมุมเข้า และมุมจาก ของตัวรถอยู่ที่ 19 องศา เพื่อให้รองรับกับกับเส้นทางที่งแบบออนโรด และออฟโรดแบบเล็ก ๆ ได้อย่างสบาย


ภายในห้องโดยสารของในสเปคที่ขายในจีนจะมีให้เลือก 2 เฉดสีคือโทนสีขาว Sky Mirror White และสีเขียว Wizard Green




คอนโซลหน้าจะมาในรูปแบบ T-Shape โดยในส่วนของแผงหน้าปัดจะเป็นแบบ LCD มีขนาด 8.8 นิ้ว ขณะที่หน้าจออินโฟรเทนเมนต์ทีว่างอยู่ตรงกลางจะมาในแบบลอยตัวสโดยมีขนาด 10.1 นิ้ว และ 14.6 นิ้ว (ในรุ่นท็อป) ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto OS อีกทั้งยังมาพร้อมระบบตอบโต้ด้วยเสียงแบบ AI และยังได้รับการีติตดตั้งระยยควบคุมสั่งงานระยะไกลจากสมาร์ตโฟน รวมถึงติดตั้งลำโพงไว้ด้านนอกเพื่อให้สื่อสารกับผู้คนด้านนอกได้อีกด้วย

นอกจากนั้นในส่วนของคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสารยังออกแบบให้เป็นภาพร่างลายกราฟฟิคที่เป็นรูปแบบวิวเมืองแบบเรืองแสง โดยตัวแสงนั้นเปลี่ยนไปตามจัวหวะของเสียงเพลง


ด้านคอนโซลกลางดีไซน์ให้ต่อติดกับคอนโซลหน้า โดยจะมีแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนวางอยู่ด้านบนซึ่งจะให้กำลังชาร์จไฟอยู่ที่ 50W ถัดลงมาจะเป็นชุดปรับเปลี่ยนเกียร์ที่ตรงคันเกียร์จะออกแบบให้มีขนาดเล็ก และทำจากแก้วคริสตัล มาพร้อมปุ่มสั่งต่างของตัวรถต่าง ๆ ที่อยู่ด้านข้าง มาพร้อมช่องวางของ และช่องวางแก้วน้ำ อีกทั้งพื้นที่ด้านล่างยังมีช่องว่างที่สามารถวางของได้โดยมีปริมาตรอยู่ที่ 10 ลิตร



ด้านตัวเบาะที่นั่งจะเน้นความนุ่มสบาย กระชับและรองรับด้านข้างได้ดี มาพร้อมรับบปรับความร้อนที่ตัวเบาะ พร้อมได้รับช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ยังได้รับชุดไฟ Ambient Light รอบห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนได้มากถึง 256 สี



นอกจากในส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยุ่ที่ 375 ลิตร แต่เมื่อพับเบาะด้านหลังลงจะเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,320 ลิตร รวมทั้งยังมี เมื่อยกฝากระโปรงขึ้นจะมี Frunk ที่มีความจุมากถึง 70 ลิตร สามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว และตัวฝากระโปรงหน้ายังแบบสปริงที่เปิด – ปิดได้สะดวกสบาย



ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของจะมากับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงระดับ 2 อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้, ระบบจดจำป้ายจราจร


ระบบเตือนออกนอกเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมทั้งยังได้รับเบรกมือไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างด้านหน้า และเซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหลัง เป็นต้น



สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนจะมากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอัจฉริยะ 11-in-1 โดยสเปคในเมืองจีน จะมีความแรงให้เลือก 2 ระดับ โดยในรุ่นเริ่มต้นจะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 58 kW (78 แรงม้า) แรงบิด 130 นิวตันเมตร ในขณะที่รุ่นไฮเอนด์จะติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 85 kW (114 แรงม้า) มาพร้อมแรงบิดสูงสุด150 นิวตันเมตร



มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตจาก CATL และระบบความปลอดภัยแบตเตอรี่ Aegis ที่จิลี่พัฒนาขึ้นเอง โดยจะมีความจุให้เลือก 2 ขนาด คือ 30.12 kWh และ 40.16 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 310 / 410 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังจาก 30- 80% ในเวลา 22.8 นาที และ 24.2 นาทีตามลำดับ



ส่วนเวอร์ชันในไทยนั้นจ้องมารอลุ่นกันว่าจะเป็นอย่างไร ขณะที่สนนราคาจำหน่ายในจีนนั้นจะมีให้เลือก 5 รุ่น เปิดราคาไว้ระหว่าง 78,800 – 107,800 หยวน หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 3.66 – 5.05 แสนบาท ส่วนในไทยก็ต้องมาลุ้นเช่นกันว่าจะเปิดราคาจำหน่ายอยู่ที่เท่าไหร่ โดยคู่แข่งในตลาดนั้นหลัก ๆ ก็น่าจะเป็น BYD Dolphin




ทั้งนี้ทั้งนั้นหากมีรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมออกมาทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
